Raspunsuri romana Pixwords Lösungen Pixwords 4 letters Pixwords 7 litere Pixwords 8 litere Pixwords 12 litere Pixwords 16 letters
เที่ยว ฟุกุโอกะ บินกับเจ็ตสตาร์ - Way of Backpacker
Home / Backpack / เที่ยว ฟุกุโอกะ บินกับเจ็ตสตาร์
เที่ยว ฟุกุโอกะ บินกับเจ็ตสตาร์

เที่ยว ฟุกุโอกะ บินกับเจ็ตสตาร์

ตั้งแต่ประเทศญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่าให้คนไทยที่เข้ามาพำนักไม่เกิน 15 วัน การท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็คึกคักขึ้นมาก ยิ่งช่วงนี้ค่าเงินเยนกำลังอ่อน (100 เยน = 28 บาท ข้อมูลล่าสุด 22 มกราคม 2558) ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่ใคร ๆ ก็อยากไปเที่ยวสักครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นเมืองที่ทุกคนคุ้นชื่อกันดีอย่าง โตเกียว โอซาก้า ฮอกไกโด เกียวโต เพราะเป็นเมืองใหญ่ และทันสมัย มีสายการบินให้เลือกเยอะ และง่ายต่อการหาข้อมูลเดินทางเพราะคนส่วนใหญ่จะเลือกไปเที่ยวเมืองหลวงกันมากกว่าจะไปภูมิภาคอื่น

ถ้าเอ่ยถึง ‘ฟุกุโอกะ (Fukuoka)’ เชื่อว่าหลายคนไม่รู้จัก หรือไม่เคยไปไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ตรงส่วนไหนของแผนที่ญี่ปุ่น มาดูแผนที่กันจะพบว่าฟุกุโอกะอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เป็นจังหวัดใหญ่ใน ‘ภูมิภาคคิวชู (Kyushu)’ และมีเมืองใกล้เคียงอย่าง คุมะโมโต้ (Kumamoto), ฮิโรชิม่า (Hiroshima), นางาซากิ (Nagasaki), โออิตะ (Oita) และอีกหลายเมืองอยู่ในภูมิภาคนี้  

การเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศญี่ปุ่น สู่เมือง ฟุกุโอกะ ครั้งนี้ผมเลือกบินกับสายการบิน  Jetstar Asia  (http://www.jetstar.com/th/th/home) สายการบินต้นทุนต่ำ (low cost) ในเครือของของ Qantas สายการบินแห่งชาติของออสเตรเลีย ที่เพิ่งเปิดเส้นทางใหม่ในบ้านเรา ด้วยราคาที่เร้าใจมากคือบินไปกลับเริ่มต้นไม่ถึงหมื่นบาท ถูกกว่าเส้นทางบินในประเทศไทยไปบางจังหวัดซะอีก

Jetstar Asia นั้นมีฐานบินอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ดังนั้นการเดินทางไปเมืองอื่น ๆ จะต้องไปแวะเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์ก่อน โดยเริ่มต้นจาก สิงคโปร์ แวะจอดรับ-ส่งที่กรุงเทพ สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนจะเดินทางต่อไปฟุกุโอกะ นั่นก็เท่ากับว่า เที่ยวบินนี้คือเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพ สู่ ฟุกุโอกะ นั่นเองครับ

Jetstar เลือกใช้ Airbus A320 ครับ

Jetstar เลือกใช้ Airbus A320 ครับ

เที่ยวบินของ Jetstar ไปฟุกุโอกะจากสนามบินสุวรรณภูมิ มีวันละ 1 รอบ และขากลับจากสนามบินฟุกุโอกะ ก็มีวันละ 1 รอบเช่นกัน

  • ขาไป – จากสนามบินสุวรรณภูมิ  เที่ยวบิน  3K 509 BKK – FUK   02.15 (เวลาไทย)  – 09.30 (เวลาญี่ปุ่น)
  • ขากลับ – จากสนามบินฟุกุโอกะ เที่ยวบิน   3K 510 FUK – BKK   10.30 (เวลาญี่ปุ่น) –  14.15  (เวลาไทย)

ขั้นตอนการเช็คอินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงเตรียมพาสปอร์ตกับใบจองตั๋วเครื่องบินที่มี Booking Reference No. พลิ้นต์มาจากบ้านมายื่นที่หน้าเคาเตอร์ โดย Jetstar จะอยู่ที่เคาเตอร์ E (อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้นะครับ) หรือใครจะทำเวปเช็คอินมาก่อนก็ได้ (สามารถทำได้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง 48 ชั่วโมง) แต่ผมเลือกมาเช็คอินด้วยตัวเองที่หน้าเคาเตอร์ดีกว่า เพราะผมไม่ได้ระบุที่นั่งไว้ในตอนที่จองตั๋วหน้าเวป กะว่าจะมาเช็คอินเป็นคนแรก ๆ เพื่อขอให้พนักงานเลือกที่นั่งให้ (ถ้าระบุที่นั่งเองหน้าเวปต้องเสียเงินซื้อ) และวันที่ผมเดินทางก็เป็นวันธรรมดา ไฟลท์ที่ผมเดินทางไม่น่าจะเต็มแน่ ๆ

เคาเตอร์ Jestar เปิดเวลา 2300 น. กว่าจะได้เช็คอินก็เลยไปอีกหลายนาที แล้วก็เป็นอย่างที่คิดคือไฟลท์ไม่เต็ม ผมเลยเลือกนั่งริมหน้าต่าง

หน้าตา boarding pass ของ Jetstar

พอได้ boarding pass มาแล้วก็ดูก่อนเลยครับว่า เครื่องบินเราอยู่เกตไหน และที่สำคัญต้องดู boarding time คือต้องไปรอที่เกตก่อนเวลาล่วงหน้า ไม่งั้นตกเครื่องแน่ ๆ boarding time ของไฟลท์นี้คือ 01.15 น. ครับ
แถมท้ายอีกนิดสำหรับใครที่อยากรู้ว่าตัวเองเช็คอินเป็นคนที่เท่าไหร่ของไฟลท์นี้ ให้ดูที่ Seq.No. ผมเป็นผู้โดยสารคนที่ 19 ที่มาเช็คอินหน้าเคาเตอร์
เลขที่นั่ง 20A  อยู่ฝั่งซ้ายติดหน้าต่าง ได้มุมปลายปีก กำลังสวยเลยครับ

ดู timetable board ด้วยนะครับ

ดู timetable board ด้วยนะครับ

จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนสแกนกระเป๋า และตรวจหนังสือเดินทางครับ ใช้เวลาพอสมควรเพราะถึงจะเป็นวันธรรมดาแต่คนเดินทางก็ยังเยอะเหมือนเดิม โดยเฉพาะกรุ้ปทัวร์ทั้งหลายที่มักจะทำอะไรช้าเสมอ มีเรื่องวุ่นวายตลอด ถ้าเลี่ยงได้อย่าไปต่อแถวเดียวกะพวกนี้นะครับ สำหรับช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (auto gate) ผมขอเลี่ยงไม่ใช้ ด้วยเหตุผลส่วนตัวคือกลัวมันไม่ชัวร์ ยอมรอต่อแถวเข้าช่องปกติที่มีเจ้าหน้าที่ดีกว่า

พ้นมาจากด่านตรวจหนังสือเดินทางแล้ว ก็เข้าสู่เส้นทางสายช้อปปิ้งกันเลย แต่อย่ามัวแต่เพลินเกินไปนะครับ มองดูเวลาด้วยเดี๋ยวจะตกเครื่องซะก่อน การเดินทางโดย Jetstar ที่เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ (low cost) ทุกสิ่งคือจ่ายเงินซื้อเพิ่ม รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องนะครับ ราคาแพงกว่าเยอะ แนะนำว่าให้ซื้อน้ำเปล่า กะขนมขบเคี้ยวก่อนขึ้นเครื่องไว้เลยครับ เผื่อหิวกลางดึก ซึ่งอาหารและเครื่องดื่มที่ซื้อใน duty free zone นี้สามารถนำขึ้นไปบนเครื่องได้ครับ ไม่ต้องกังวล ผมจะซื้อน้ำดื่มที่ร้าน Boot เพราะถูกสุดในนี้ละ

เกต C นั้นอยู่แทบจะสุดอาคาร แต่ดีตรงที่เป็นทางเดียวกับ King Power Lounge ใครที่มีบัตรสมาชิกของ King Power หรือมีบัตรเครดิต King Power ของธนาคารไทยพานิชย์ (SCB) ก็สามารถเข้าไปนั่งรอ นั่งทานขนมได้ครับ แต่อย่านั่งเพลินนะ

RIMG_4486

เกต C10 นั้นอยู่ลึกสุดของอาคารเลยครับ

RIMG_4493

เข้ามานั่งรอในเกตแล้วครับ เตรียมพาสปอร์ตกับ boarding pass ไว้เลย

RIMG_4488

กระเป๋าที่เราหิ้วขึ้นเครื่อง ต้องติด tags carry-on baggage ครับ

Jetstar อนุญาติให้นำกระเป๋าถือขึ้นไปได้ โดยน้ำหนักต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัมครับ โดยจะต้องติด tags แบบนี้ที่ระบุว่าเป็น carry-on baggage แนะนำให้เตรียมเสื้อแจ้กเก็ตติดมือขึ้นเครื่องไปด้วยนะครับ หรือใครมีหมอน ผ้าห่มจะถือขึ้นไปด้วยก็ได้ เพราะบนเครื่องไม่มีบริการฟรีครับ อยากได้ต้องจ่ายเงิน พนักงานเรียกขึ้นเครื่องแล้วครับ ไปดูกันว่าภายใน Jetstar A320  เป็นยังไงครับ

RIMG_4494

ภายใน Airbus A320 ครับ

RIMG_4498

ระยะห่างระหว่างแถว ไม่กว้างนัก จัดวางที่นั่งแบบ 3-3


Jetstar เลือกใช้เครื่อง Airbus A320 จัดเรียงที่นั่งแบบ 3-3 มีทั้งหมด 30 แถว 180 ที่นั่ง มีห้องน้ำที่หัวเครื่องและท้ายเครื่องครับ ระยะห่างระหว่างแถวปกติที่ไม่ตรงกับประตูทางออกฉุกเฉิน (ที่นั่งตรงประตูทางออกฉุกเฉินจะกว้างมาก ยืดขาสบาย แต่ต้องซื้อนะครับ) จะดูแคบ ๆ เบียด ๆ กันหน่อย  ผมสูง 185 เซนติเมตร ได้นั่งที่นั่งปกติแล้ว เรียกว่าพอดีตัว พอดีเข่าคือติดแต่ไม่ถึงกับอึดอัด ยังพอขยับได้บ้าง เบาะสามารถเอนได้นิดหน่อย

RIMG_4503

ผมสูง 185 เซนติเมตร เข่าติดพอดีเลยครับ แต่ไม่อึดอัดนัก ยังขยับได้อยู่

RIMG_4520

เมนูอาหาร และราคาโดย Jetstar Singapore

เอกสารที่มีให้อ่านจะเป็นวารสารแนะนำในเครือ Jetstar คู่มือเพื่อความปลอดภัย และเมนูอาหาร จะเห็นว่าราคาคิดหน่วยเป็น Dollar Singapore (SGD) เพราะ Jetstar ลำนี้บินมาจากสิงคโปร์มาแวะลงที่ไทยแล้วบินต่อไปถึงฟุกุโอกะนั่นเอง

RIMG_5369

ใบ ตม. ที่แจกบนเครื่องครับ หน้าตาเป็นแบบนี้ครับ

บินไปสักพักคุณแอร์ก็เดินแจกใบ ตม. ครับ หน้าตาเป็นแบบนี้ กรอกง่าย ๆ ครับไม่ซับซ้อนอะไร มีภาษาอังกฤษกำกับไว้ทุกข้อ
พกปากกา ติดกระเป๋าถือไปด้วยนะครับ

  • Family Name  – นามสกุล
  • Given Names – ชื่อตัวเราเอง
  • Nationality – ก็ใส่  Thai
  • Date Of Birth – วันเดือนปีเกิด (ปีใส่ 2 ตัวท้ายของ คศ. เกิด)
  • Flight No. – เที่ยวบิน ใส่ตาม boarding pass  ของผมเที่ยวบินที่ 3K509
  • Signature – ลายเซ็นต์ตรงกับในพาสปอร์ต
RIMG_5370

หน้าตาใบ ตม. อีกด้านครับ (ใบมันยาว เลยแยกถ่าย)

อีกด้านของใบ ตม. (คือมี 2 ส่วนน่ะครับ) ก็ยังกรอกรายละเอียดเหมือนเดิม และเพิ่มเติมจากส่วนแรก

  • Country Name – ใส่ Thailand
  • Passport number – ใส่หมายเลขพาสปอร์ต
  • Purpose of visit – มาทำอะไรที่นี่  ถ้ามาเที่ยวก็ติ้กช่อง  Tourism
    มาธุระการงาน ช่อง Business
    มาเยี่ยมญาติ หาเพื่อน ช่อง Visit relatives
    มาลงเพื่อต่อเครื่องไปที่อื่น ช่อง Transit
    นอกเหนือจากที่ถามมา ช่อง Other
  • Intended address in Japan – ที่อยู่ในญี่ปุ่น พักที่โรงแรมไหนก็ใส่ที่อยู่ไปครับ อย่างผมพักหลายที่ ก็ใส่แค่ที่พักคืนแรกลงไป และใส่เบอร์โทรศัพท์ของที่พักลงไปด้วยนะครับ ข้อมูลพวกนี้เตรียมไว้เลยนะครับ จะพิมพ์เก็บไว้ในมือถือก็ได้ สะดวกดี
  • Occupation – อาชีพอะไรก็เขียนลงไปครับ
  • Last flight No. – ใส่เที่ยวบินที่เรามาครับ ของผมเที่ยวบินที่ 3K509
  • Intended length of stay in Japan – ระยะเวลาที่มาญี่ปุ่นกี่วัน ถ้ามาไม่ถึงเดือน ก็ใส่จำนวนวันลงในช่อง Days  ครับ
RIMG_5368

พลิกมาด้านหลังของใบ ตม.


พลิกมาด้านหลังจะมีคำถามอีกนิดหน่อยครับ ผมแปลให้เลยละกัน

  • เคยถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศญี่ปุ่นมั้ย ?   NO ครับ
  • เคยมีคดีความหรือต้องโทษในญี่ปุ่นมั้ย  ?   NO ครับ
  • มียาเสพย์ติด อาวุธ พกพามามั้ย ?                NO ครับ
  • พกเงินสดมาเที่ยวเท่าไหร่ –  ใส่จำนวนลงไปครับ

สุดท้ายก็เซ็นต์ชื่อเราให้ตรงกับในพาสปอร์ต เป็นอันเสร็จพิธีสำหรับใบ ตม. ครับ ต่อไปก็เป็นแบบฟอร์มศุลกากรครับ

หน้าตาใบ ศุลกากร  Japan Customs

หน้าตาใบ ศุลกากร Japan Customs

กรอกรายละเอียดเหมือนใบ ตม. ครับ แล้วก็ตอบคำถามอีกนิดหน่อย เรื่องการนำสิ่งของบางประเภทเข้าประเทศญี่ปุ่น
ตอบ NO  มันทุกข้อเลยครับ แล้วก็เซ็นต์ชื่อ

นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ กลิ้งไปกลิ้งมา แป้บเดียวก็เช้าแล้วครับ แสงแรกของญี่ปุ่น

RIMG_4524

เมืองฟุกุโอกะจากวิวหน้าต่างครับ

ด้วยความที่ไฟลท์นี้ คนไม่เต็มเครื่อง หลายคนก็เลยนอนเหยียดครอง 3 ที่นั่งไปโดยปริยาย มีหลุมอากาศบ้างแต่ก็ไม่เท่าไหร่ หลับ ๆ ตื่น ๆ จนลืมตาอีกทีก็ได้ยินเสียงกัปตันประกาศว่า เราใกล้จะถึงสนามบินฟุกุโกะแล้วครับ สลัดความง่วงออกไปแล้วปรับเก้าอี้ให้อยู่ในตำแหน่งเดิม รัดเข็มขัดซะ เรากำลังจะได้เที่ยวแล้ว

RIMG_4532

ลงจอดด้วยความนิ่มนวลมากครับ ใช้ได้เลย และด้วยความที่เป็น low cost จึงไม่ได้มีงวงช้างเข้าสู่ตัวอาคาร ต้องขึ้นรถโค้ชไปครับ อากาศข้างนอกเย็นจับใจจริง ๆ จากนี้คือเดินต่อไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง และออกมารับกระเป๋าที่สายพานครับ

RIMG_4533

ผมมาถึง ฟุกุโอกะ โดยสวัสดิภาพแล้ววววววว

ได้พำนักในญี่ปุ่นได้ไม่เกิน 15 วันครับ

ได้พำนักในญี่ปุ่นได้ไม่เกิน 15 วันครับ

RIMG_5166

มีซามูไรมาต้อนรับตรงทางเข้าสนามบินฟุกุโอกะด้วยครับ

จบแล้วครับสำหรับ รีวิวการเดินทางมาฟุกุโอกะ โดยสายการบิน Jetstar Asia แม้จะเป็น lowcost แต่ก็คุ้มค่ามากครับ ยิ่งใครได้ราคาโปรโมชั่นก็นับว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มซะอีก นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักเดินทางเลยครับ