Pixwords Raspunsuri word academy answers Pixwords 3 letters Pixwords 6 litere Pixwords 8 litere Pixwords 12 letters Pixwords 17 litere
ท่องเที่ยวไทย – Way of Backpacker http://www.wayofbackpacker.com Backpacker ท่องเที่ยว เที่ยวเอง เที่ยวไทย เที่ยวเกาหลี เที่ยวญี่ปุ่น รีวิวอุปกรณ์ Thu, 20 Oct 2016 09:02:12 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.7.16 มิวเซียมสยาม เปิดตัว ‘ MuseMon ‘ http://www.wayofbackpacker.com/2015/10/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-musemon/ Wed, 28 Oct 2015 04:57:33 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3771 มิวเซียมสยาม เปิดตัว Game Mobile Application ‘ MuseMon ‘ มิวเซียมสยาม  ชวนน้อง ๆ หนู ๆ มาร่วมสนุกสนานและผจญภัยไปกับการต่อสู้กับเหล่าปีศาจร้าย ที่ข้ามเวลามาทำให้มิติเวลาพิศวงของมิวเซียมสยามบิดเบี้ยว !!!!ทางเดียวที่จะจัดการกับบรรดาปีศาจร้ายที่กระจายไปซ่อนตัวอยู่ยังสถานที่ต่างๆ ก็คือ การดาวน์โหลด Mobile Application ‘ MuseMon’ แล้วช่วยกันออกค้นหา ต่อสู้ และจัดการกับเหล่าปีศาจร้ายที่แฝงกายอยู่ในวัตถุจัดแสดงต่าง ๆ ในพิพิธภัณฑ์ให้กลับมาอยู่ในสมาร์ทโฟน ไอเดียเด็ดสุดเจ๋งจากเยาวชนนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 1 ใน 3 ทีมผู้ชนะโครงการ ‘ปั้นนักพิพิธภัณฑ์สายพันธุ์สยาม ครั้งที่ 5 ‘ หรือ ‘Young Muse Project ‘ ที่ผสมผสานเทคโนโลยี AR อันทันสมัยมาสร้างสรรค์ให้เกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนานและเพลิดเพลินในพิพิธภัณฑ์ได้อย่างลงตัว   ‘ MuseMon ‘ เป็นแอพพลิเคชันสำหรับสมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการแอนดรอย (Android) และไอโอเอส (iOS) เกิดขึ้นมาภายใต้ไอเดีย ให้คนที่เข้ามาชมพิพิธภัณฑ์ ...

The post มิวเซียมสยาม เปิดตัว ‘ MuseMon ‘ appeared first on Way of Backpacker.

]]>
มิวเซียมสยาม เปิดตัว Game Mobile Application ‘ MuseMon


มิวเซียมสยาม  ชวนน้อง ๆ หนู ๆ มาร่วมสนุกสนานและผจญภัยไปกับการต่อสู้กับเหล่าปีศาจร้าย ที่ข้ามเวลามาทำให้มิติเวลาพิศวงของมิวเซียมสยามบิดเบี้ยว !!!!ทางเดียวที่จะจัดการกับบรรดาปีศาจร้ายที่กระจายไปซ่อนตัวอยู่ยังสถานที่ต่างๆ ก็คือ การดาวน์โหลด Mobile Application ‘ MuseMon’ แล้วช่วยกันออกค้นหา ต่อสู้ และจัดการกับเหล่าปีศาจร้ายที่แฝงกายอยู่ในวัตถุจัดแสดงต่าง ๆ ในพิพิธภัณฑ์ให้กลับมาอยู่ในสมาร์ทโฟน

ไอเดียเด็ดสุดเจ๋งจากเยาวชนนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 1 ใน 3 ทีมผู้ชนะโครงการ ‘ปั้นนักพิพิธภัณฑ์สายพันธุ์สยาม ครั้งที่ 5 ‘ หรือ ‘Young Muse Project ‘ ที่ผสมผสานเทคโนโลยี AR อันทันสมัยมาสร้างสรรค์ให้เกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนานและเพลิดเพลินในพิพิธภัณฑ์ได้อย่างลงตัว

7

 

‘ MuseMon ‘ เป็นแอพพลิเคชันสำหรับสมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการแอนดรอย (Android) และไอโอเอส (iOS) เกิดขึ้นมาภายใต้ไอเดีย ให้คนที่เข้ามาชมพิพิธภัณฑ์ มีกิจกรรมโต้ตอบกับสิ่งที่มีอยู่ในพิพิธภัณฑ์ผ่านตัวเกมแอพพลิเคชั่น ทำให้เกิดความสนุกสนาน และจดจำสิ่งต่างๆ รวมถึงเข้าใจในสิ่งที่นิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ต้องการสื่อสารไปถึงผู้ชมมากยิ่งขึ้น

โดยผู้เล่นจะต้องเดินไปในห้องต่างๆ ของนิทรรศการ ‘เรียงความประเทศไทย’ ของมิวเซียมสยาม จนครบทั้งหมด 16 ห้องนิทรรศการ และใช้แอพพลิเคชั่น ออกค้นหา ‘MuseMon’ และ ‘ไอเทม (Item)’ ที่ถูกซ่อนอยู่ในแต่ละห้องนิทรรศการ จากคำใบ้ที่ให้ไว้ สะสมจนครบตามเงื่อนไข เพื่อแลกรับของรางวัลเป็นที่ระลึก

 

pic-1311724698

 

ร่วมผจญภัยในมิติพิศวงของ ‘มิวเซียมสยาม’ ค้นหาเหล่าบรรดาปีศาจร้ายที่แฝงตัวอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ร่วมต่อสู้ เรียนรู้ทุกเรื่องราวอย่างสนุกสนาน พร้อมกับสะสมคะแนนเพื่อแลกของรางวัลที่ระลึกมากมายกับ Mobile Application ‘MuseMon’ ที่พร้อมจะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ทั้งในระบบระบบปฏิบัติการแอนดรอย (Android) และไอโอเอส (iOS)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  : www.facebook.com/museumsiamfan

The post มิวเซียมสยาม เปิดตัว ‘ MuseMon ‘ appeared first on Way of Backpacker.

]]>
พิพิธภัณฑ์ ซับจำปา จังหวัดลพบุรี http://www.wayofbackpacker.com/2015/10/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c-%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b2-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7/ Sat, 17 Oct 2015 07:46:33 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3710 มิวเซียมสยาม ร่วมยกระดับ ‘ พิพิธภัณฑ์ ซับจำปา ‘ สร้างแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ ต่อยอดสู่แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน มิวเซียมสยาม (museum siam) จับมือ อบต.ซับจำปา พัฒนา ‘พิพิธภัณฑ์ ซับจำปา’  ให้เป็นต้นแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล พร้อมต่อยอดรวมพลังภาคประชาชน พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับคนในท้องถิ่น ‘ ซับจำปา ‘ เป็นเมืองโบราณในยุคก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องถึงยุคทวารวดี  ที่ถูกค้นพบมานานกว่าทศวรรษ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7  เขตตำบลซับจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ ตั้งอยู่บนดินเนินสูงของขอบที่ราบภาคกลาง ที่ต่อกับที่ราบสูงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะเป็น ป่าพุ (หรือป่าพรุ) มีโบราณสถานเป็นร่องรอยคูน้ำคันดิน และพบร่อยรอยที่อยู่อาศัยของคนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ และยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น โดยมีหลักฐานเป็นโบราณวัตถุ เช่น โครงกระดูกมนุษย์ กำไลหิน ภาชนะดินเผา พระพุทธรูป จารึกภาษาบาลีสันสกฤต เป็นต้น สิ่งที่อยู่คู่เมืองโบราณ ซับจำปา คือ ‘ ป่าจำปีสิรินทร ‘ ตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของเมืองโบราณซับจำปา เป็นป่าพุน้ำจืดที่มีน้ำท่วมขัง ...

The post พิพิธภัณฑ์ ซับจำปา จังหวัดลพบุรี appeared first on Way of Backpacker.

]]>

มิวเซียมสยาม ร่วมยกระดับ ‘ พิพิธภัณฑ์ ซับจำปา

สร้างแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ ต่อยอดสู่แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน

มิวเซียมสยาม (museum siam) จับมือ อบต.ซับจำปา พัฒนา ‘พิพิธภัณฑ์ ซับจำปา’  ให้เป็นต้นแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล พร้อมต่อยอดรวมพลังภาคประชาชน พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับคนในท้องถิ่น

‘ ซับจำปา ‘ เป็นเมืองโบราณในยุคก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องถึงยุคทวารวดี  ที่ถูกค้นพบมานานกว่าทศวรรษ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7  เขตตำบลซับจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ ตั้งอยู่บนดินเนินสูงของขอบที่ราบภาคกลาง ที่ต่อกับที่ราบสูงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะเป็น ป่าพุ (หรือป่าพรุ) มีโบราณสถานเป็นร่องรอยคูน้ำคันดิน และพบร่อยรอยที่อยู่อาศัยของคนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ และยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น โดยมีหลักฐานเป็นโบราณวัตถุ เช่น โครงกระดูกมนุษย์ กำไลหิน ภาชนะดินเผา พระพุทธรูป จารึกภาษาบาลีสันสกฤต เป็นต้น

สิ่งที่อยู่คู่เมืองโบราณ ซับจำปา คือ ‘ ป่าจำปีสิรินทร ‘ ตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของเมืองโบราณซับจำปา เป็นป่าพุน้ำจืดที่มีน้ำท่วมขัง และน้ำซับตลอดปี มีการค้นพบต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก และยังค้นพบ พรรณไม้จำปีชนิดใหม่ ที่มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น  มีลักษณะแตกต่างไปจากจำปีและจำปาทั่วไป สามารถเจริญเติบโตอยู่ได้ในสภาพพื้นที่ป่าพุ ซึ่งทุกชนิดทั่วโลกขึ้นบนพื้นที่ดอน หรือบนภูเขาหรือตามพื้นดินที่น้ำระบายได้ดี

การค้นพบครั้งแรกนี้เกิดขึ้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2541  โดย ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น  นักวิชาการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

WRDSCN1828

ต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้พระนามาภิไธยเป็นชื่อของพรรณไม้ชนิดนี้ว่าจำปีสิรินทร ‘ หรือมีชื่อภาษาอังกฤษว่า  Magnolia Sirindhomiae Noot & Chalermglin

เมืองโบราณซับจำปา มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดีของชุมชนและพรรณไม้อันมีคุณค่าเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญยิ่ง  มิวเซียมสยาม จึงรว่มมือกับ องค์การบริหารส่วนตำบลซับจำปา ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนา ‘ พิพิธภัณฑ์ซับจำปา ‘ ให้กลายเป็นต้นแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างรื่นรมย์ตามแนวคิดและปรัชญาของ มิวเซียมสยาม นอกเหนือไปจากการเก็บรวบรวมข้อมูล และโบราณวัตถุเพื่อการศึกษา และเพื่อแสดงถึงความภาคภูมิใจของท้องถิ่น

ตกแต่งพื้นที่รอรับเสด็จ

ตกแต่งพื้นที่รอรับเสด็จ

นายคณิศ แสงสุพรรณ  ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ กล่าวว่า มิวเซียมสยาม หรือ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) เป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีพันธกิจหลักในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางเลือกรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิดพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้

Discovery Museum เน้นการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ โดยได้จัดตั้ง ต้นแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกคือ ‘ มิวเซียมสยาม บริเวณท่าเตียน กรุงเทพ ฯ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการแสงหาความรู้ผ่านสื่อที่หลากหลาย และรื่นรมย์ให้กับประชาชนไทย

‘ นอกจากนี้มิวเซียมสยามยังมีพันธกิจในการส่งเสริม สนับสนุนและสร้างความร่วมมือ กับเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศเพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดตั้ง และการบริการการจัดการพิพิธภัณฑ์ของประเทศไทย ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยร่วมมือกับเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ในภูมิภาคนั้น ๆ ในลักษณะการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) หนึ่งในนั้นคือ พิพิธภัณฑ์ซับจำปา จังหวัดลพบุรี ‘

นายราเมศ พรหมเย็น  ผู้อำนวยการสถาบันพิพธภัณฑ์การเรียรู้แห่งชาติ (สพร.) กล่าวว่าปัจจุบันมิวเซียมสยามมีต้นแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ที่ดำเนินการพัฒนาร่วมกับเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ จำนวน 4 แห่งคือ

  • พิพิธภัณฑ์แมลงสยาม จังหวัดเชียงใหม่
  • พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว จังหวัดภูเก็ต
  • พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก
  • พิพิธภัณฑ์ซับจำปา จังหวัดลพบุรี

‘ ซึ่งในส่วนของพิพิธภัณฑ์ซับจำปาแห่งนี้ ในปี 2556 มิวเซียมสยามได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลซับจำปา พัฒนาให้เป็นต้นแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ และได้ทดลองเปิดให้บริการโดยไม่เก็บค่าบริการแก่เยาวชนและประชาชนในท้องถิ่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่สนใจทั่วไปได้เข้าชม

ในปี 2557 ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานของพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบัน

เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์ซับจำปา ในวันที่ 15 ตุลาคม 2558 มิวเซียมสยามหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพิพิธภัณฑ์ซับจำปา จะเป็นต้นแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ตามแนวคิด และปรัชญาของ มิวเซียมสยาม อีกแห่งหนึ่งที่จะสามารถสร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นกับชุมชนและท้องถิ่น รวมถึงยกระดับไปสู่แหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ‘

ภายในอาคารจัดแสดงวัตถุโบราณที่ขุดเจอ

ภายในอาคารจัดแสดงวัตถุโบราณที่ขุดเจอ

นายเนตรนรินทร์ คำเรืองบุญ  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลซับจำปา กล่าวว่าการสร้างพิพิธภัณฑ์ซับจำปาเกิดจากภาคประชาชน หลังจากมีการค้นพบเมืองโบราณซับจำปา ในปี 2513 และเริ่มมีการขุดค้นทางโบราณ นับจากนั้นเป็นต้นมาก็ได้มีการจัดตั้ง ‘ ชมรมรักษ์เมืองโบราณซับจำปาและป่าจำปีสิรินธร ‘

ด้วยเล็งเห็นว่าการจะอนุรักษ์อย่างเดียวคงจะไม่ได้ ต้องมีการพัฒนาควบคู่กันไป จึงได้เชิญชวนประชาชนในพื้นที่ให้รับรู้ว่าจะมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้น ชาวบ้านที่ขุดพบโบราณวัตถุในไร่นาได้นำสิ่งของมามอบให้ชมรมรักษ์ ฯ และของบประมาณจากจังหวัดเพื่อมาสร้าง ‘ พิพิธภัณฑ์ซับจำปา ‘ โดยการปรับปรุงอาคารเรือนเพาะชำเดิม ให้เป็นอาคารเก็บรวบรวมโบราณวัตถุ และจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของเมืองโบราณซับจำปา

ต่อมาในปี 2556 ได้มีการคัดเลือกจากมิวเซียมสยาม  เข้ามาช่วยพัฒนาให้เป็นต้นแบบพิพิธภัณ์การเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ โดยได้รับการสนับสนุนความรู้และทีมงานในการพัฒนาพิพิธภัณฑ์จากมิวเซียมสยาม โดยในระยะยาวจะมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาต่อยอดพิพิธภัณฑ์ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้ประชาชนได้ประโยชน์ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ในพื้นที่ มีการบริการจัดการอย่างเป็นระบบ

กว่าจะมาถึงวันนี้ได้  เราเจอปัญหา อุปสรรค ข้อกฎหมาย งบประมาณต่าง ๆ มากมาย แต่ก็เป็นเรื่องของพลังประชาชน การร่วมมือร่วมใจ ความมุ่งมั่นของประชาชนในพื้นที่ถือว่าเป็นอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ เรามีการประชุมประชาคมหมู่บ้านทั้งหมด เพื่อวางแผนในการพัฒนาต่อยอด มีงบประมาณส่วนนี้และประชาชนมีส่วนในการเป็นเจ้าของ ถ้าเสร็จสมบูรณ์แล้วก็จะเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ความภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชน สิ่งดีดีที่เกิดขึ้นนี้จะมีประชาชนเป็นกำลังหลักในการพัฒนาต่อยอดต่อไป ‘

WRDSCN1795

ทีมงานมิวเซียมสยามถ่ายรูปที่ระลึกในวันเปิดพิพิธภัณฑ์

‘ พิพิธภัณฑ์ซับจำปา ‘ ตั้งอยู่ที่ ป่าจำปีสิรินธร หมู่ที่ 1 ตำบลซับจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 16.30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สอบถามข้อมูลโทร  036-788-101 หรือ 081-667-7339

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   www.sub-jumpa.com

The post พิพิธภัณฑ์ ซับจำปา จังหวัดลพบุรี appeared first on Way of Backpacker.

]]>
พาเที่ยว อ่างขาง ยอดดอยแห่งดอกไม้ http://www.wayofbackpacker.com/2015/01/review-%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%87/ Sun, 18 Jan 2015 13:55:44 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=1352 สวัสดีค่ะ วันนี้ way of backpacker จะพาเพื่อนๆฝ่าลมหนาวไปเที่ยว อ่างขาง กัน อ่างขาง ตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่  ดอยอ่างขางตั้งอยู่บนภูเขาติดชายแดนพม่า สิ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนดอยอ่างขาง คือการไปเที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาวภายโครงการหลวงอ่างขาง ซึ่งมีไฮไลท์ที่ต้นซากุระ ต้นบ๊วย กุหลาบ ใบเมเปิ้ล และดอกไม้เมืองหนาวน้อยใหญ่ ทริปของเราเริ่มต้นที่ดอยสุเทพค่ะ ปกติแล้วจะขึ้นไปสักการะพระธาตุกันตอนกลางวัน แต่ครั้งนี้เป็นประสบการณ์ใหม่ เราเข้าวัดตอน ตีห้าครึ่งค่ะ บรรยากาศเช้าที่เงียบสงบพร้อมได้ฟังบทสวดทำวัดเช้าทำให้จิตใจสงบไม่น้อย   ชื่นชมความงามอร่ามของวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมาสักการะครูบาศรีวิชัยพร้อมทั้งตักบาตรทำบุญรับวันใหม่ที่เชียงใหม่อย่างแจ่มใส     จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไป ดอยอ่างขาง กันค่ะ  ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศเหนือ 137 กม. แยกเข้าไปอีก 25 กม. ใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมงกับอีกนิดหน่อยก็ได้มาพบกับอากาศเย็นสะท้านต่างจากตัวเมืองข้างล่าง จนหลายคนหยิบเสื้อกันหนาวออกมาใส่แทบไม่ทัน เข้ามาถึง ดอยอ่างขางแล้ว ต้องแวะมาที่ สวนแปดสิบ เป็นอันดับแรก เพราะเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวตั้งอยู่ใจกลางสถานีเกษตร รวบรวมเอาดอกไม้ ต้นไม้ทุกชนิดมาจัดสวน รวมกันอยู่อย่างสวยงาม   ...

The post พาเที่ยว อ่างขาง ยอดดอยแห่งดอกไม้ appeared first on Way of Backpacker.

]]>
สวัสดีค่ะ วันนี้ way of backpacker จะพาเพื่อนๆฝ่าลมหนาวไปเที่ยว อ่างขาง กัน

อ่างขาง ตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่  ดอยอ่างขางตั้งอยู่บนภูเขาติดชายแดนพม่า สิ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนดอยอ่างขาง คือการไปเที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาวภายโครงการหลวงอ่างขาง ซึ่งมีไฮไลท์ที่ต้นซากุระ ต้นบ๊วย กุหลาบ ใบเมเปิ้ล และดอกไม้เมืองหนาวน้อยใหญ่

ทริปของเราเริ่มต้นที่ดอยสุเทพค่ะ ปกติแล้วจะขึ้นไปสักการะพระธาตุกันตอนกลางวัน แต่ครั้งนี้เป็นประสบการณ์ใหม่ เราเข้าวัดตอน ตีห้าครึ่งค่ะ บรรยากาศเช้าที่เงียบสงบพร้อมได้ฟังบทสวดทำวัดเช้าทำให้จิตใจสงบไม่น้อย

วัดพระธาตุดอยสุเทพ

วัดพระธาตุดอยสุเทพ

 

ชื่นชมความงามอร่ามของวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมาสักการะครูบาศรีวิชัยพร้อมทั้งตักบาตรทำบุญรับวันใหม่ที่เชียงใหม่อย่างแจ่มใส

 

ตักบาตรทำบุญ บริเวณรูปสักการะครูบาศรีวิชัย

ตักบาตรทำบุญ บริเวณรูปสักการะครูบาศรีวิชัย

 

จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไป ดอยอ่างขาง กันค่ะ  ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศเหนือ 137 กม. แยกเข้าไปอีก 25 กม. ใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมงกับอีกนิดหน่อยก็ได้มาพบกับอากาศเย็นสะท้านต่างจากตัวเมืองข้างล่าง จนหลายคนหยิบเสื้อกันหนาวออกมาใส่แทบไม่ทัน

เข้ามาถึง ดอยอ่างขางแล้ว ต้องแวะมาที่ สวนแปดสิบ เป็นอันดับแรก เพราะเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวตั้งอยู่ใจกลางสถานีเกษตร รวบรวมเอาดอกไม้ ต้นไม้ทุกชนิดมาจัดสวน รวมกันอยู่อย่างสวยงาม

 

 

IMG_7259

ดอกไม้เมืองหนาว ดอยอ่างขาง

 

 

IMG_7255

ดอกไม้เมืองหนาว ดอยอ่างขาง

 

 

IMG_7242

ดอกไม้เมืองหนาว ดอยอ่างขาง

 

 

เคล็ดลับก็คือ ให้เดินต่อไปอีกหน่อยจากสวนแปดสิบ ลงไปทางเยื่องๆกับสโมสร เราก็จะได้เจอกับทิวซากุระแบบนี้ค่ะ

 

 

IMG_7297

ซากุระ อ่างขาง

 

 

IMG_7305

ซากุระ อ่างขาง

 

 

 

สถานที่ต่อไป เรามาแวะที่ สวนบ๊วย  ต้นบ๊วยแต่ละต้นมีขนาดใหญ่ ปลูกเป็นแถว ขยายแผ่กิ่งก้านสาขาสวยงามมากค่ะ ช่วงออกดอกมีผล จะราวๆเดือน มกราคม ของทุกปี ดอกบ๊วยมีทั้งสีขาวนวล ไปจนถึงสีชมพู

 

 

 

IMG_7364

ต้นบ๊วย อ่างขาง

 

IMG_7408

บรรยากาศอ่างขาง

 

IMG_7446

ดอกบ๊วย ดอยอ่างขาง

 

IMG_7447

ดอกบ๊วย อ่างขาง

 

 

เราใช้เวลาเที่ยวชมดอยอ่างขางทั้งวัน ชมดอกไม้พร้อมบรรกาศหนาวๆ เพลินกับการถ่ายรูปและพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อนๆที่ชอบบรรยากาศสบายๆ เดินเล่นชมดอกไม้ อ่างขาง เป็นตัวเลือกที่ดีในช่วงหน้าหนาว รับรองได้บรรยากาศชวนฝันแน่ๆ

 

IMG_7483

ชมกาแฟ ทานขนม ก่อนกลับกรุงเทพ

 

 

The post พาเที่ยว อ่างขาง ยอดดอยแห่งดอกไม้ appeared first on Way of Backpacker.

]]>
ไหว้พระ 9 วัด กรุงเทพ http://www.wayofbackpacker.com/2015/01/%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e/ Thu, 01 Jan 2015 04:24:10 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=1186   หลังจากคืนที่ 31 ธันวาคม ไปเค้าท์ดาวน์กลับมาก็นอนเอาแรงให้พอ เพื่อเช้าวันที่ 1 มกราคม วันปีใหม่ของทุกปี ผมมีธรรมเนียมปฏิบัติอย่างนึงคือ การใหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพ  รอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยจะออกจากบ้านตั้งแต่เช้า ขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยา ไปลงที่ท่าช้าง และเริ่มออกเดินตระเวนเข้าวัดใหว้พระ ไม่แนะนำให้เอารถส่วนตัวมานะครับ เพราะหาที่จอดรถยาก และแต่ละวัดในระแวกเกาะรัตนโกสินทร์นี้ก็ใกล้กันในระยะที่เดินถึงกันได้ วันนี้คนจะเยอะมาก มากถึงขนาดแทบไม่ต้องเดินแต่ไหลเข้าไปได้เลย เป็นภาพที่เห็นจนชินตาทุกปี ศาสนายังเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจคนเราเสมอมา ด้วยการเดินเท้าไป 9 วัดคือจำนวนที่แน่นอนในทุกปี แต่ถ้าปีไหนทำเวลาได้ ปีนั้นก็จะมีวัดแถมมาอีก 2-3 วัดถือเป็นกำไรไป 1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว (เวลาเปิด-ปิด 08.30 – 16.00 น.) ไหว้พระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญในภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางความศรัทธาของชาวไทยมาช้านาน เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระแก้วมรกต แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี” ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่ 2. ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร (เวลาเปิด-ปิด 05.30 – ...

The post ไหว้พระ 9 วัด กรุงเทพ appeared first on Way of Backpacker.

]]>
 

nine-3

หลังจากคืนที่ 31 ธันวาคม ไปเค้าท์ดาวน์กลับมาก็นอนเอาแรงให้พอ เพื่อเช้าวันที่ 1 มกราคม วันปีใหม่ของทุกปี ผมมีธรรมเนียมปฏิบัติอย่างนึงคือ การใหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพ  รอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยจะออกจากบ้านตั้งแต่เช้า ขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยา ไปลงที่ท่าช้าง และเริ่มออกเดินตระเวนเข้าวัดใหว้พระ ไม่แนะนำให้เอารถส่วนตัวมานะครับ เพราะหาที่จอดรถยาก และแต่ละวัดในระแวกเกาะรัตนโกสินทร์นี้ก็ใกล้กันในระยะที่เดินถึงกันได้ วันนี้คนจะเยอะมาก มากถึงขนาดแทบไม่ต้องเดินแต่ไหลเข้าไปได้เลย เป็นภาพที่เห็นจนชินตาทุกปี ศาสนายังเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจคนเราเสมอมา

ด้วยการเดินเท้าไป 9 วัดคือจำนวนที่แน่นอนในทุกปี แต่ถ้าปีไหนทำเวลาได้ ปีนั้นก็จะมีวัดแถมมาอีก 2-3 วัดถือเป็นกำไรไป



1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว (เวลาเปิด-ปิด 08.30 – 16.00 น.)

ไหว้พระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญในภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางความศรัทธาของชาวไทยมาช้านาน เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระแก้วมรกต แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี” ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่

2. ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร (เวลาเปิด-ปิด 05.30 – 19.30 น.)

ไปสักการะ “เทพารักษ์ทั้ง 5” คือ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี, เจ้าพ่อเจตคุปต์, เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อ “ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี” ไหว้ เสาหลักเมืององค์จำลอง ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้าแพร 3 สี ดอกบัว และไหว้องค์จริงด้วยพวงมาลัย





3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.)

นมัสการพระพุทธไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์ (ที่ฝ่าพระบาททั้งสองข้างประดับมุก ลวดลายภาพมงคล 108 ประการ) เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ ร่มเย็นเป็นสุข อยู่ดีกินดีตลอดปี” ด้วยธูป 9 ดอก เทียนแดงคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น หากใครที่เกิดในปีมะเมีย สามารถแก้ปีชงได้ที่วัดนี้ แนะนำให้ไปไหว้ขอพระ“พระพุทธเทวปฏิมากร” เสริมดวงให้ชีวิตสดใส สมหวังทุกประการ

4. วัดระฆังโฆษิตาราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.)

สักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระประธานที่วัดระฆัง อ่านคาถาชินบัญชร เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดระฆัง มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 3 แผ่น หมากพลู

5. วัดอรุณราชวราราม หรือ วัดแจ้ง (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.)

ไหว้พระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน” ต้องไปสักการะ“พระประธาน” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ และต้องไปเดินทักษิณาวัตรรอบ “พระปรางค์” อีก 3 รอบ เพื่อ“ชีวิตรุ่งโรจน์”

6. ศาลเจ้าพ่อเสือ (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.)

ไปสักการะ เจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม ฯลฯ เพื่อเสริม “อำนาจบารมี” ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ พวงมาลัย 1 พวง “ศาลเจ้าเก่าแก่ของลัทธิเต๋า” หนึ่งในสามมหาสถานของพระนครที่ชาวจีนต้องสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล “เสริมอำนาจบารมี”





7. วัดชนะสงคราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.)

ต้องไปสักการะ “พระประธาน” ในพระอุโบสถ และ “สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา)” ผู้นับถือความซื่อสัตย์ ด้วย ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก มีความเชื่อว่า “จะมีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง ไหว้พระวัดชนะสงคราม อุปสรรคร้ายพ่ายแพ้”

photo-8

8. วัดสุทัศน์เทพวราราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) หน้าวัดจะมี ‘เสาชิงช้า’ สัญลักษณ์ของกรุงเทพตั้งอยู่

ไหว้พระองค์ประธาน (พระศรีศากยมุณี) ที่เก่าแก่ ซึ่งอดีตเคยประดิษฐานอยู่ที่วิหารหลวงวัดมหาธาตุของกรุงสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดสุทัศนฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป” ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม ดอกบัวหรือพวงมาลัย

 

9. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) (เวลาเปิด-ปิด 08.00-18.00 น.)

บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 มีความเชื่อว่า ” เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล” นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถที่ภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่าง สมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยา บานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ   เครื่องสักการะ : ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก

นอกเหนือจาก 9 วัดที่ผมไปมาประจำ ถ้ามีเวลาพอก็จะเก็บได้อีก 2-3 วัดระหว่างทางด้วยครับ ซึ่งมีความสำคัญเช่นกัน

วัดกัลยาณมิตร หรือวัดซำปอกง (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) วัดนี้ทาง ททท. บรรจุเป็น 1 ในคู่มือใหว้พระ 9 วัดในปัจจุบัน

ไหว้หลวงพ่อซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) พระโตริมน้ำตามตำนาน กรุงศรีอยุธยา ณ วัดกัลยาณมิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้หลวงพ่อซำปอกง โชคดีมีชัยปลอดภัยตลอดปี” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่



เทวสถาน โบสถ์พราหมณ์

นับว่าเป็น เทวสถาน วัด หรือ โบสถ์ ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ที่มีความสำคัญมากที่สุดในบรรดาวัดฮินดูทั้งหมดในประเทศไทย อยู่ภายใต้การบริหาร ดูแลและประกอบพิธีกรรม โดย คณะพราหมณ์หลวง แห่งสำนักพระราชวัง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุสถานสำคัญของชาติ

ภายในเทวสถาน จะมีโบสถ์อยู่ 3 หลัง

  • สถานพระอิศวร
  • สถานพระพิฆเนศวร
  • สถานพระนารายณ์

วัดเทพธิดารามวรวิหาร ( วัดเทพธิดาราม ) 

สร้างเสร็จ เมื่อ พ.ศ. 2382  พระศรีสุนทรโวหาร(ภู่) หรือรู้จักกันในนามว่า “สุนทรภู่” ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านได้อุปสมบทและจำพรรษาที่พระอารามนี้ระหว่าง พ.ศ. 2382 – 2385  ปัจจุบัน ‘กุฏิสุนทรภู่’ ยังคงอยู่ในวัดนี้

 




The post ไหว้พระ 9 วัด กรุงเทพ appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เที่ยวในประเทศ : นั่งรถไฟเที่ยวทุ่งทานตะวัน http://www.wayofbackpacker.com/2014/12/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/ http://www.wayofbackpacker.com/2014/12/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/#respond Wed, 10 Dec 2014 14:35:15 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=845 เที่ยวในประเทศ : นั่งรถไฟเที่ยวทุ่งทานตะวัน วันนี้จะพาไปเที่ยวทริปนั่งรถไฟไปตามหาทุ่งดอกทานตะวันค่ะ หลังจากนั่งเล่น facebook เพลินๆ ก็สะดุดเข้ากับโพสนี้ เราก็ตัดสินใจไปนั่งรถไฟเล่นกัน ทริปนี้เป็นทริปที่การรถไฟได้จัดรถนำเที่ยว เส้นทางเขื่อนป่าสักชลสิทธ์ ผ่านทุ่งดอกทานตะวัน และนั่งรถผ่านอ่างเก็บน้ำในเส้นทางรถไฟลอยน้ำ และจอดหยุดพักที่เขื่อนให้ชมวิว ถ่ายรูป   ช่วงเวลาเดินทาง การรถไฟได้จัดขบวนรถไฟพิเศษนำเที่ยวเขื่อนป่าสักฯ ในวันที่ 6, 7, 10, 13, 14, 20, 21, 27, 28 ธันวาคม 2557 จำนวน 9 วัน 9 เที่ยว เท่านั้น ขั้นตอนการจอง รายละเอียดหน้าเพจบอกไว้ว่ามีช่องทางซื้อตั๋ว หรือจองตั๋วดังนี้ค่ะ ห้องจำหน่ายตั๋วล่วงหน้า สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) สถานีรถไฟในเขตกรุงเทพ Call Center 1690 อัตราค่าโดยสาร (เด็ก/ผู้ใหญ่ อัตราเดียวกัน) ขึ้นจากสถานีหัวลำโพง คนละ 270 บาท ขึ้นจากสถานีสระบุรี/แก่งคอย 110 ...

The post เที่ยวในประเทศ : นั่งรถไฟเที่ยวทุ่งทานตะวัน appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เที่ยวในประเทศ : นั่งรถไฟเที่ยวทุ่งทานตะวัน

วันนี้จะพาไปเที่ยวทริปนั่งรถไฟไปตามหาทุ่งดอกทานตะวันค่ะ หลังจากนั่งเล่น facebook เพลินๆ ก็สะดุดเข้ากับโพสนี้ เราก็ตัดสินใจไปนั่งรถไฟเล่นกัน

ทริปนี้เป็นทริปที่การรถไฟได้จัดรถนำเที่ยว เส้นทางเขื่อนป่าสักชลสิทธ์ ผ่านทุ่งดอกทานตะวัน และนั่งรถผ่านอ่างเก็บน้ำในเส้นทางรถไฟลอยน้ำ และจอดหยุดพักที่เขื่อนให้ชมวิว ถ่ายรูป


โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

 

ช่วงเวลาเดินทาง

    • การรถไฟได้จัดขบวนรถไฟพิเศษนำเที่ยวเขื่อนป่าสักฯ ในวันที่ 6, 7, 10, 13, 14, 20, 21, 27, 28 ธันวาคม 2557 จำนวน 9 วัน 9 เที่ยว เท่านั้น



ขั้นตอนการจอง

รายละเอียดหน้าเพจบอกไว้ว่ามีช่องทางซื้อตั๋ว หรือจองตั๋วดังนี้ค่ะ

  • ห้องจำหน่ายตั๋วล่วงหน้า สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
  • สถานีรถไฟในเขตกรุงเทพ
  • Call Center 1690

อัตราค่าโดยสาร (เด็ก/ผู้ใหญ่ อัตราเดียวกัน)

  • ขึ้นจากสถานีหัวลำโพง คนละ 270 บาท
  • ขึ้นจากสถานีสระบุรี/แก่งคอย 110 บาท
  • ขึ้นจากสถานีแก่งเสือเต้น-เขื่อนป่าสักฯ-โคกสลุง คนละ 60 บาท
  • ขึ้นจากที่หยุดรถเขื่อนป่าสักฯ-กรุงเทพ คนละ 150 บาท

 

เราได้จองตั๋วทาง Call center แล้วไปรับตั๋วที่หัวลำโพงค่ะ จากนั้นก็รอวันเดินทาง

นั่งลุ้นๆวอยู่ว่าวันเดินทาง (7 ธันวาคม 2557) จะมีลมหนาวพัดมาบ้างไหม วันเดินทางจริง ร้อนจัดเลยค่ะ ฮ่าๆ



เราตื่นเช้าไปขึ้นรถไฟ รถออกจากชานชลา 6.40 น. เตรียมขนม เตรียมน้ำไป กันหิว แต่ระหว่างทางก็มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายเป็นระยะๆนะคะ ทั้งหมูปิ้ง ข้าวกล่อง กาแฟ มีขึ้นมาขายตลอด

ทริปนี้มีพี่ๆการรถไฟมาให้รายละเอียดและดูแลตลอดทริปค่ะ

มีโปสเตอร์และของที่ระลึกแจกด้วย

 

โปสเตอร์ทริปของการรถไฟ

โปสเตอร์ทริปเขื่อนป่าสักฯ

 

นั่งรถไฟฉึกๆฉักๆ ร่วม 2 ชั่วโมง ก็ถึงทุ่งดอกทานตะวันค่ะ มาดูรูปกันเลย

 

ทุ่งดอกทานตะวัน ทริปการรถไฟ

ทุ่งดอกทานตะวัน ทริปการรถไฟ

 

IMG_6873

ทุ่งดอกทานตะวัน ทริปการรถไฟ

 

IMG_6876

ทุ่งดอกทานตะวัน ทริปการรถไฟ

 

IMG_6892

ทุ่งดอกทานตะวัน ทริปการรถไฟ

 

IMG_6901

ทุ่งดอกทานตะวัน ทริปการรถไฟ

 

ทุ่งดอกทานตะวัน ทริปการรถไฟ

ทุ่งดอกทานตะวัน ทริปการรถไฟ

 

ทุ่งดอกทานตะวัน ทริปการรถไฟ

ทุ่งดอกทานตะวัน ทริปการรถไฟ

 



ชมทานตะวันกันอิ่มแล้ว ก็โดดขึ้นรถไฟต่อไปเขื่อนป่าสักฯกันค่ะ นั่งไปอีกสักพักก็ถึงเส้นทางรถไปลอยน้ำ

 

 

รถไฟลอยน้ำ

รถไฟลอยน้ำ

 

IMG_6930

รถไฟลอยน้ำ

 

ช่วงที่ลงไปชมรถไฟลอยน้ำ มีเวลาให้ 20 นาทีค่ะ จากนั้นก็ไปเปลี่ยนหัวรถที่สถานีโคกสลุง และพาเราทั้งหมดมาพักผ่อนชมวิวที่เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ เป็นช่วงเวลาเที่ยงพอดี เราทั้งหมดก็นั่งร้านไก่ย่างส้มตำ ทานกันอิ่ม เดินเล่น นั่งชมวิว ดูเขื่อน แล้วเมื่อถึงเวลานัดของเจ้าหน้าที่ ราวๆ 14.30 น. ก็ไปขึ้นรถกลับกรุงเทพค่ะ

 

ถือว่าเป็นทริปเล็กๆ ไปเช้าเย็นกลับ ได้ไปเที่ยวดูบรรยากาศ ถ่ายรูป ไม่ใกล้ไม่ไกล ไปกับรถไฟ เพลินดีค่ะ

 

IMG_6936

ทริปนั่งรถไฟไปทุ่งดอกทานตะวัน

 

 

 

 

การเตรียมตัว

  • พกน้ำดื่มติดตัวไว้ บางสถานี บางเวลา พ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ได้ขึ้นมาขายค่ะ
  • กันแดด ร่ม หมวก อุปกรณ์กันแดด อย่าลืมนะคะ แดดร้อนใช้ได้เลย
  • กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ถ่ายรูป ดอกทานตะวันรอเราอยู่
  • ถ้าใครพาน้องๆเด็กๆไป ทริปนี้คนเยอะพอสมควร อาจพลัดหลงกันได้ง่าย ระวังเด็กๆซนบนรถไฟด้วยนะคะ อาจอันตราย
  • เตรียมแรง นอนให้พอ เพราะต้องนั่งนานอยู่ค่ะ พกเพลงไปฟัง พกหนังสือไปอ่าน พกเพื่อนไปคุย ทริปนี้จะยิ่งสนุกขึ้น

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.facebook.com/pr.railway

 

The post เที่ยวในประเทศ : นั่งรถไฟเที่ยวทุ่งทานตะวัน appeared first on Way of Backpacker.

]]>
http://www.wayofbackpacker.com/2014/12/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/ 0