antwoorden Pixwords Pixwords answers Pixwords 4 letters Pixwords 7 litere Pixwords 8 letters Pixwords 14 letters Pixwords 17 letters
เที่ยวญี่ปุ่น – Way of Backpacker http://www.wayofbackpacker.com Backpacker ท่องเที่ยว เที่ยวเอง เที่ยวไทย เที่ยวเกาหลี เที่ยวญี่ปุ่น รีวิวอุปกรณ์ Thu, 20 Oct 2016 09:02:12 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.7.18 เที่ยว Okinawa World ด้วยรถบัส http://www.wayofbackpacker.com/2016/01/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-okinawa-world-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%aa/ Mon, 18 Jan 2016 08:52:22 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3935 เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส ตอนที่ 2 ความเดิมจากตอนที่แล้ว  เราได้รู้ว่าสามารถเติมเงินลงบัตร Okica ได้จากบนรถบัส ในกรณีที่เงินในบัตรไม่พอจ่ายค่ารถ คราวต่อไปก็ไม่ต้องกังวลละว่าจะมีเงินไม่พอ วันต่อมาเรายังออกเดินทางไปนอกเมืองเหมือนเดิมโดยรถบัส ปลายทาง Okinawa World  ถ้ำหินงอกหินย้อย และโรงงานผลิตแก้วสไตร์โอกินาว่า การเดินทางไปขึ้นบัส ก็ยังคงไปขอข้อมูลที่ Okinawa Sightseeing Bus ที่เดิมที่เดียวครับ อยู่ใกล้ ๆ สถานี Asahibashi อยากไปไหน เข้าไปถามพนักงานสาวได้เลยครับ ที่นี่เขาใจดี และที่นี่ยังเป็นจุดขึ้นรถสำหรับใครที่ซื้อแพ้คเกจ one day tour ด้วยนะ 🙂     ป้ายรถบัสแต่ละสาย ที่ไปนอกเมืองเนี่ย ไม่ได้จอดที่เดียวกันนะ อย่างบัสที่ผมไป American Village วันก่อน ก็เป็นคนละป้ายกับ Okinawa World ที่ผมจะไปวันนี้ ดีที่แผนที่ที่ขอมาเขาบอกทางละเอียดดี เลยมารอไม่ผิดป้าย เราอยู่ในโอกินาว่า จังหวัดนึงในญี่ปุ่น ดังนั้นการตรงต่อเวลาจึงยังคงเป็นไปตามมาตรฐานญี่ปุ่น  ...

The post เที่ยว Okinawa World ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส ตอนที่ 2

ความเดิมจากตอนที่แล้ว  เราได้รู้ว่าสามารถเติมเงินลงบัตร Okica ได้จากบนรถบัส ในกรณีที่เงินในบัตรไม่พอจ่ายค่ารถ คราวต่อไปก็ไม่ต้องกังวลละว่าจะมีเงินไม่พอ

วันต่อมาเรายังออกเดินทางไปนอกเมืองเหมือนเดิมโดยรถบัส ปลายทาง Okinawa World  ถ้ำหินงอกหินย้อย และโรงงานผลิตแก้วสไตร์โอกินาว่า

การเดินทางไปขึ้นบัส ก็ยังคงไปขอข้อมูลที่ Okinawa Sightseeing Bus ที่เดิมที่เดียวครับ อยู่ใกล้ ๆ สถานี Asahibashi อยากไปไหน เข้าไปถามพนักงานสาวได้เลยครับ ที่นี่เขาใจดี และที่นี่ยังเป็นจุดขึ้นรถสำหรับใครที่ซื้อแพ้คเกจ one day tour ด้วยนะ 🙂

 

12553031_R835636569880109_3087317473776434923_n

 

ป้ายรถบัสแต่ละสาย ที่ไปนอกเมืองเนี่ย ไม่ได้จอดที่เดียวกันนะ อย่างบัสที่ผมไป American Village วันก่อน ก็เป็นคนละป้ายกับ Okinawa World ที่ผมจะไปวันนี้ ดีที่แผนที่ที่ขอมาเขาบอกทางละเอียดดี เลยมารอไม่ผิดป้าย

เราอยู่ในโอกินาว่า จังหวัดนึงในญี่ปุ่น ดังนั้นการตรงต่อเวลาจึงยังคงเป็นไปตามมาตรฐานญี่ปุ่น  ไม่ใช่แค่โมโนเรลเท่านั้น รถบัสเนี่ยก็ตรงเวลาอย่างเหลือเชื่อ เวลาในป้ายรถเมล์บอกไว้กี่โมงกี่นาที ก็ตามนั้นเลย มาช้าไปแค่วินาทีนี่ตกรถแน่นอน

สายที่จะพาเราไป Okinawa World มีเพียงสายเดียวคือ 83  ค่าโดยสารในใบตารางเดินรถที่หยิบมาจากออฟฟิส บอกไว้ว่า 580 เยน แต่เราไม่รู้ว่า ต้องลงป้ายไหน ???

งานนี้เลยต้องบอกคุณลุงคนขับให้ชัดเจน ว่าจะไป Okinawa World นะลุง ถึงแล้วบอกด้วยนะ และเพื่อกันเหนียวไว้ เลยเปิด google map ให้ gps แสดงพิกัดอีกที

นั่งรถไปเรื่อย ๆ ก็เป็นคนละทางกับที่ไปนอกเมืองวันก่อน แต่คราวนี้ไกลกว่าเก่า ทั้งเลียบทะเล ทั้งผ่านทุ่งนา มันไกลจัง ก็มองจอราคาค่าโดยสารไปเรื่อย ๆ ถ้า 580 เยนนี้ต้องลง … คิดไปงั้นนะ

จน gps บอกว่ามาถึงละ ตรงนี้แหละ !!! เราก็ชะเง้อมอง ไหน ๆๆๆ ไม่มีอะไรเลย มันใช่หรอออออ แต่พิกัดมันก็จบลงตรงนี้จริง ๆ นะ พร้อมกับราคาบนจอ 580 เยน !!??

เอาไงล่ะ จะลงมั้ย ถ้าลงแล้วไม่ใช่นี้เป็นเรื่องนะ เพราะมีสายเดียวผ่าน นอกจากจะไม่ทันเข้าชมถ้ำละยังหลงทางอีก

รถไม่จอดครับ เพราะไม่มีคนขึ้นและเราก็ไม่ลง ก็ขับผ่านป้ายนั้นไปต่อละ ดูซิคุณลุงแกจะพาเราไปไหน ตอนนี้คนบนรถนับได้ 5 คนละ เขาจะไปไหนกัน ???

gps เดินหน้าไปเรื่อย ๆ พร้อมด้วยค่ารถที่ขยับเกินจุดที่บอกไว้ละจาก 580 เยนเป็น 630 เยน ตัดสินใจย่องไปนั่งข้าง ๆ แกแล้วถาม Okinawa World เลยมารึยังลุง ??

ลุงแกมองหน้าแล้วชี้โบ้ชี้เบ้ครับ ประมาณเอ็งนั่ง ๆ ไปก่อน เดี๋ยวรู้เองแหละ ผมเลยไม่ถามเซ้าซี้ละ นั่งมองทางต่อไปอยากรู้เหมือนกันว่าจะไปถึงไหน ค่ารถก็ขึ้นไปเรื่อย ๆ

นั่งไปพักใหญ่นะ ก็เห็นป้ายอยู่ลิบ ๆ ว่า Okinawa World จากนั้นบัสก็เลี้ยวเข้าไปแล้วจอดเป็นอันถึงละ ทุกคนทะยอยลง

โธ่ลุง Okinawa World อยู่สุดสายรถบัสก็ไม่บอก ปล่อยให้ลุ้นตั้งนาน

ค่าโดยสารล่ะ ???? ใครอ่านมาถึงบรรทัดนี้คงสงสัย ใช่มะครับ

จากที่ทะลุ 580 เยนไปเยอะละ ปรากฏพอมาถึงสุดสาย ตัวเลขตีกลับมาที่ 580 เยน !!!!

อัยยะ นี่มันราคาเหมาจ่ายใช่มั้ยยยยยย ต้นสาย – ปลายทาง

ก่อนจากก็ถามคุณลุงอีก ขากลับขึ้นรถตรงไหนลุง แกก็ชี้โบ้ชี้เบ้เหมือนเดิมประมาณตรงนี้แหละเอ็ง รถมีสายเดียว

รีบไปซื้อบัตรเที่ยวถ้ำอย่างไว เพราะใกล้จะถึงเวลาปิดละ ที่นี่ปิด 18:00 น.
.
.
.
.
ตัดกลับมาถึงขากลับกันละ ออกจากที่นี่เป็นคนสุดท้ายตามเคย ร้านค้าปิดกันหมดละ
เดินมาถึงลานจอด เจอละบัสขากลับ มีคันเดียวแต่ปิดไฟประตูไม่เปิด ไม่มีคนรอ เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวเขาขับรถกันมาเอง สักพักมีฝรั่งเดินตามมาด้วย ค่อยยังชั่วมีเพื่อนรอบัสละ เผลอแป้บเดียวฝรั่งหาย อ้าวเฮ้ยยยย หายไปไหน !!???

แล้วบัสก็ติดเครื่องเปิดไฟ เปิดประตู คุณลุงมาตอนไหน !!!!! ก็ขึ้นรถอย่างไว พอ ๆ กะฝรั่งที่หายไปก็วิ่งขึ้นมาเหมือนกัน

บัสค่อย ๆ เคลื่อนออกจากลานจอด แล้วไปหยุดอยู่ที่ป้ายแรกหน้าทางเข้า Okinawa World พักนึง จอดรอไรลุง ลุงเป็นไรป่าว สงสัยครับ

มองตารางเวลาในมือ รอบรถ 18:35 น. แต่เวลาตอนนี้คือ 18:32 น. รออีก 3 นาทีดูซิ 🙂

18:35 น.เป้ะ คุณลุงติดเครื่องแล้วล้อหมุนทันทีเลยครับ โอ้วววววว เป้ะสุด ๆๆๆๆ เรื่องเวลาเนี่ยล้อกันเล่นไม่ได้เลยจริง ๆ

จาก Okinawa World มาถึง Naha ด้วยความปลอดภัย รอบนี้ไม่ทำรถติดละครับ 😀
.
.
.
.
ปอลิง : ด้วยความที่มาถึงซะบ่ายแก่ ๆ เลยตีตั๋วแค่เที่ยวถ้ำ กับเดินชม หมู่บ้านวัฒนธรรมเท่านั้น (Gyukusendo Cave & Kingdom Village) แต่โชว์การแสดงท้องถิ่นหมดรอบไปละ อดเข้าชม สวนงู (Habu Center) และไม่ได้ชิม ฮาบุ (Habushu (ハブ酒) หรือเหล้าดองงู  ที่นี่เขามีให้ชิมและซื้อกลับไปด้วยนะ 🙂 ตามร้านขายของที่ระทึกย่านโคคุไซ ไม่มีให้ชิมครับ

RDSCN3186

RDSCN3149

RDSCN3157

 

ถ้าใครมีเวลาและอยากมีของที่ระลึกติดมือกลับไป แนะนำว่าให้ลองไปทำแก้วโอกินาว่า เขามีโรงงานทำแก้วที่นี่และให้นักท่องเที่ยวได้ทำแก้วด้วยตัวเองทุกขั้นตอนด้วยครับ

The post เที่ยว Okinawa World ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส http://www.wayofbackpacker.com/2016/01/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-okinawa-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%aa/ Sun, 17 Jan 2016 08:38:58 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3930   เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส โอกินาว่ารอบนี้ผมไปแบบไม่เช่ารถขับนะ ก็ต้องขึ้นบัส ขึ้นโมโนเรลเดินทางไปโน่นไปนี่ สนุกดี สถานที่นอกเมืองที่ต้องนั่งบัสไปไกลจากนาฮะ ก็โน่น American Village กับ Okinawa World นั่นเลย นั่งกันเกือบ ๆ ชั่วโมงเลยนะแต่ละที่เนี่ย แต่รถไม่ติดครับ โดยใช้บัตร Okica Ic card ตลอด ก็ใช้ ๆ จนไม่แน่ใจว่าเงินในบัตรหมดรึยัง ค่ารถก็ขยับขึ้นตามจำนวนป้าย โดยดูจากเลขดิจิตอลข้างคนขับ ง่ายดีครับ สำหรับคนที่ใช้บัตร Okica ก็แต้ปตอนขึ้นรถก่อน ส่วนคนที่จ่ายเงินสดก็รับตั๋วที่บอกเลขป้ายไปถือไว้ตอนขึ้นรถ คราวนี้วันนั้น ขากลับจาก American Village มาค่ำเลย ก็คิดอยู่ละว่าเงินในบัตรไม่พอแน่ ๆ อาจต้องจ่ายเงินสดไปนะ นั่งไปเรื่อย ๆ พอรถมาถึงนาฮะ ผมนี่ลงก่อนเลย แต้ปบัตรปุ้บ เงินไม่พอตามคาด ลุงคนขับก็ใจเย็นนะบอกเติมเงินลงในบัตร ได้ เฮ้ยยยย เพิ่งรู้ว่าทำได้ด้วย !!!! ...

The post เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
12469352_835173046593128_5706937783582984731_o

 

เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส

โอกินาว่ารอบนี้ผมไปแบบไม่เช่ารถขับนะ ก็ต้องขึ้นบัส ขึ้นโมโนเรลเดินทางไปโน่นไปนี่ สนุกดี

สถานที่นอกเมืองที่ต้องนั่งบัสไปไกลจากนาฮะ ก็โน่น American Village กับ Okinawa World นั่นเลย

นั่งกันเกือบ ๆ ชั่วโมงเลยนะแต่ละที่เนี่ย แต่รถไม่ติดครับ

โดยใช้บัตร Okica Ic card ตลอด ก็ใช้ ๆ จนไม่แน่ใจว่าเงินในบัตรหมดรึยัง

ค่ารถก็ขยับขึ้นตามจำนวนป้าย โดยดูจากเลขดิจิตอลข้างคนขับ ง่ายดีครับ สำหรับคนที่ใช้บัตร Okica ก็แต้ปตอนขึ้นรถก่อน ส่วนคนที่จ่ายเงินสดก็รับตั๋วที่บอกเลขป้ายไปถือไว้ตอนขึ้นรถ

คราวนี้วันนั้น ขากลับจาก American Village มาค่ำเลย ก็คิดอยู่ละว่าเงินในบัตรไม่พอแน่ ๆ อาจต้องจ่ายเงินสดไปนะ

นั่งไปเรื่อย ๆ พอรถมาถึงนาฮะ ผมนี่ลงก่อนเลย แต้ปบัตรปุ้บ เงินไม่พอตามคาด ลุงคนขับก็ใจเย็นนะบอกเติมเงินลงในบัตร ได้

เฮ้ยยยย เพิ่งรู้ว่าทำได้ด้วย !!!! นึกว่าเติมเงินได้ที่ตู้หน้าสถานีเท่านั้น

เติมเงินใน Okica บนรถบัสได้ มีเครื่องสแกนพร้อม ความรู้ใหม่เลยนะ เจ๋งดี

ผมก็เติมเงินไปนะ เครื่องก็ตัดเงินค่ารถไปเรียบร้อย

แต่มันเสียเวลาไง เพราะผมลงคนแรก โดยมีคนอื่น ๆ ในรถลงด้วย คล้าย ๆ หมดระยะน่ะ

ผมรอดละ พอลงจากรถบัสพบว่า

รถบัสอีก 5-6 คัน เข้าป้ายไม่ได้ จอดต่อแถวยาวววววววว ต้องรอจนว่าบัสที่ผมมาจะเคลื่อนออกไป

ผมนี้ร้องเฮ้ยยยย เราทำรถติดรึเนี่ยยยยยยย

แต่ไม่มีเสียบ่น หรือ ทำหน้าหงุดหงิดจากคนขับคันอื่น ๆ เลยนะ ทุกคันไม่บีบแตรไล่ เขาคงรู้ว่ามีคนต่อแถวจ่ายเงินอยู่บนรถคันหน้า

ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เลยพูดขำขำว่า เราเป็นคนทำรถติดในโอกินาว่า

คุณลุงแกใจเย็นมากครับ ขอชื่นชม 🙂

.
.
.
ปอลิง : การจ่ายค่าโดยสารรถบัสมี 2 วิธี คือ

  1. เงินสด โดยดูเทียบราคากับตั๋วกระดาษที่ดึงมาตอนขึ้นรถ อันนี้ปกติ
  2. โดยใช้ Okica Ic card คือแต้ปตอนขึ้นรถ เครื่องจะจำ พอตอนลงก็แต้ปจ่าย เงินในบัตรก็โดนหักไป อันนี้ปกติ

อ้าวแล้วถ้าเงินใบบัตร Okica ไม่พอล่ะ ทำไง ?

  • เติมเงินในบัตรได้เลยโดยบนบัสจะมีเครื่องเติมเงิน มีพัน มีหมื่นก็เติมได้ แต่เติมแค่ที่จำเป็นก็พอ
  • เติมเงินแค่ส่วนต่างที่ขาดไปจากในบัตร ให้เท่าราคาค่าโดยสารก็ทำได้ครับ มีเหรียญ มีแบงค์ย่อย ๆ ก็ใช้ ๆ ซะ บางคนมีแบงค์ใหญ่ใบหมื่นจะเติมก็คงไม่ดีนะ ใช้อะไรนักหนา เขาไม่มีทอนนะ

The post เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เที่ยวญี่ปุ่น ด้วยเป้ cabin size http://www.wayofbackpacker.com/2015/07/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89-cabin-size/ Tue, 21 Jul 2015 09:42:03 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3505 ไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ เมื่อต้องถ่ายของออกจากเป้เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วมันเกินมาเกือบ 3 กก. ในขณะที่เค้าเตอร์เช็คอินกำลังจะปิด !!!! มาโตเกียวรอบนี้บินกับ Thai AirAsia X (TAAX) ด้วยเป้ขนาด cabin size ใบเดียว  ขาออกจากดอนเมืองไม่ได้ชั่งน้ำหนักก็สะพายขึ้นเครื่องฉลุย 🙂 วันกลับเครื่องออกตอนค่ำ ก็เลยมีเวลาเที่ยวได้อีก โดยตั้งใจว่าจะขึ้น Keisei Access Express ไปถึงสนามบินซะไม่เกิน 6 โมงเย็น แล้วเดินชิลใน duty free แล้วไปขึ้นเครื่องแบบสบายอารมณ์ 🙂 . . . นี้คือ สิ่งที่คิดไว้ …… . . . แต่ความจริงที่โหดร้ายคือ  เราไปหมุนไข่กาชาปองกันเพลินไปนิสนุง ผิดแผนจากเดิมไปแค่ชั่วโมงเดียวเอ้งงงงงงง !!!! รีบกลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้กับที่พัก แล้วโดดขึ้นรถไฟ JR ลงสถานี JR Ueno เพื่อไปซื้อตั๋วรถไฟไปสนามบิน และผมก็เพิ่งรู้ว่า สถานี Keisei Ueno ...

The post เที่ยวญี่ปุ่น ด้วยเป้ cabin size appeared first on Way of Backpacker.

]]>
ไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ เมื่อต้องถ่ายของออกจากเป้เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วมันเกินมาเกือบ 3 กก. ในขณะที่เค้าเตอร์เช็คอินกำลังจะปิด !!!!

มาโตเกียวรอบนี้บินกับ Thai AirAsia X (TAAX) ด้วยเป้ขนาด cabin size ใบเดียว  ขาออกจากดอนเมืองไม่ได้ชั่งน้ำหนักก็สะพายขึ้นเครื่องฉลุย 🙂

วันกลับเครื่องออกตอนค่ำ ก็เลยมีเวลาเที่ยวได้อีก โดยตั้งใจว่าจะขึ้น Keisei Access Express ไปถึงสนามบินซะไม่เกิน 6 โมงเย็น แล้วเดินชิลใน duty free แล้วไปขึ้นเครื่องแบบสบายอารมณ์ 🙂
.
.
.
นี้คือ สิ่งที่คิดไว้ ……
.
.
.
แต่ความจริงที่โหดร้ายคือ  เราไปหมุนไข่กาชาปองกันเพลินไปนิสนุง ผิดแผนจากเดิมไปแค่ชั่วโมงเดียวเอ้งงงงงงง !!!!

รีบกลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้กับที่พัก แล้วโดดขึ้นรถไฟ JR ลงสถานี JR Ueno เพื่อไปซื้อตั๋วรถไฟไปสนามบิน และผมก็เพิ่งรู้ว่า สถานี Keisei Ueno Station มันไม่ได้อยู่ที่เดียวกับสถานี JR Ueno  แต่ก็อยู่ไม่ไกลนัก มองเวลารถไฟแล้ว Keisei Skyliner (ตัวท้อป) คือตัวเลือกเดียวเท่านั้นในนาทีนี้ !!!!

Keisei Skyliner จาก Ueno ไปสนามบิน Narita

รถไฟมาถึง Terminal 2 เวลา 19:03 น. (เครื่องออก 20:15 น.) วิ่งแบบจะทำสถิติโลกกันเลยทีเดียว จนมาถึงเคาเตอร์  Thai AirAsia X  พบว่าเป้ผมน้ำหนักเกินมาเกือบ 3 กก. !!!!!

ถ่ายของรอบแรก ลดไป 1 กก. จนท.สาวสวยยิ้มแล้วบอกนิ่ม ๆ ว่า 1 more kilo ~ รื้ออีกรอบคราวนี้น้ำหนักแตะที่ 7.3 กก. จนท.สาวบอก Ok but hurry up !!!!

ผ่านด่านสแกนกระเป๋าก็วิ่งยาวววววววว ไปจนเกือบตกขอบตึกเพราะ เกต 97 มันไกลเหลือเกิน ได้พักหอบไม่เท่าไหร่เขาก็เรียกขึ้นเครื่องละ สนุกจริง ๆ ทริปนี้

 

– ถ้าไม่ได้ Keisei Skyliner รับรองตกเครื่องล้าน % เพราะใช้เวลาน้อยสุด ประมาณ 40 นาที ในขณะที่ขบวน Access Express ใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ

สามารถทำ web check in ล่วงหน้าได้ 14 วันจนถึง 4 ชั่วโมงก่อนกำหนดการเดินทาง (แต่เราลืม )

ขนาดกระเป๋าผ่าน แต่น้ำหนักไม่ผ่านพิกัด 7 กิโลกรัม ต้องถ่ายของออกสถานเดียวนะครับ รอบนี้ไม่ได้ซื้อน้ำหนักไว้ด้วยครับ

T้hai AirAsia X อยู่ Terminal 2 ส่วนเกต 97 อยู่ท้าย ๆ โน่นเลย เดินไกลอยู่ครับเผื่อเวลาไว้ด้วย

The post เที่ยวญี่ปุ่น ด้วยเป้ cabin size appeared first on Way of Backpacker.

]]>
Highway Bus Japan จากชินจูกุ ไปคาวากูชิโกะ http://www.wayofbackpacker.com/2015/07/highway-bus-japan-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b8-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b4/ Sat, 18 Jul 2015 11:19:14 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3491 วันนี้มีเรื่องให้อ่านกันอีกแล้วครับ การเดินทางมันต้องมีบ้างที่ผิดแผน ผิดเวลาบ้างในบางเรื่อง แต่ถ้ามันทำให้ต้องเสียเงิน เสียเวลามันย่อมไม่ดีแน่ ๆ แต่มันก็เกิดไปแล้ว ก่อนบินมาญี่ปุ่นผมได้จองรถ Highway bus ไปคาวากูชิโกะทางออนไลน์ไว้ละ และก็มารับตั๋วล่วงหน้าที่ออฟฟิตก่อนวันเดินทาง เพื่อกันเหนียว และดูเส้นทางออกจากสถานีชินจูกุไว้ โดยยึดทางออก West exit เป็นหลัก พร้อมถ่ายรูปจุดสังเกตุในสถานีเผื่อไว้ด้วย วันเดินทาง เราออกจากที่พักช้ากว่าเวลาที่วางไว้เพราะผมติดลมคุยกะสต้าฟเพลินไปหน่อย ออกมาฝนก็ตกต้อนรับอีก การนั่ง JR จากสถานี Mikawashima ไปสถานี Shinjuku กลายเป็นอะไรที่ยาวนานในความรู้สึกมาก ยิ่งช่วงเช้ามนุษย์โตเกียวอัดแน่นเต็มขบวนแบบนี้ ที่สถานีคงวุ่นวายกว่านี้ล้านเท่าแน่ ๆ ผมพยายามจะไม่ดูนาฬิกา มันลุ้นชมัดนาทีนั้น จริงดังคาด มนุษย์โตเกียวเป็นล้านมาอยู่ที่สถานี Shinjuku ที่สำคัญจากชานชาลาเราออกผิดทาง หาป้าย West exit ไม่เจอ !!!! เวลาบนข้อมือบอกเหลืออีก 5 นาทีรถบัสจะออก !!!!! ช่วงนั้นลนจริง ๆ ครับ มีทางออกเป็นร้อย ๆ ทางในตอนนั้น ต้องตั้งสติแล้วไปเริ่มต้นจากชานชาลาอีกครั้ง คราวนี้เจอละ ...

The post Highway Bus Japan จากชินจูกุ ไปคาวากูชิโกะ appeared first on Way of Backpacker.

]]>
วันนี้มีเรื่องให้อ่านกันอีกแล้วครับ การเดินทางมันต้องมีบ้างที่ผิดแผน ผิดเวลาบ้างในบางเรื่อง แต่ถ้ามันทำให้ต้องเสียเงิน เสียเวลามันย่อมไม่ดีแน่ ๆ แต่มันก็เกิดไปแล้ว

ก่อนบินมาญี่ปุ่นผมได้จองรถ Highway bus ไปคาวากูชิโกะทางออนไลน์ไว้ละ และก็มารับตั๋วล่วงหน้าที่ออฟฟิตก่อนวันเดินทาง เพื่อกันเหนียว และดูเส้นทางออกจากสถานีชินจูกุไว้ โดยยึดทางออก West exit เป็นหลัก พร้อมถ่ายรูปจุดสังเกตุในสถานีเผื่อไว้ด้วย

Bus Kawaguchiko

แบบฟอร์มใบจองที่ปริ้นมาจากเวปไซด์ครับ (หรือจะครอปหน้าจอแล้ว save เก็บในมือถือ / แท้ปเล็ตก็ได้ เวลาใช้ก็ส่งให้เจ้าหน้าออกตั๋วดู

วันเดินทาง เราออกจากที่พักช้ากว่าเวลาที่วางไว้เพราะผมติดลมคุยกะสต้าฟเพลินไปหน่อย ออกมาฝนก็ตกต้อนรับอีก

การนั่ง JR จากสถานี Mikawashima ไปสถานี Shinjuku กลายเป็นอะไรที่ยาวนานในความรู้สึกมาก ยิ่งช่วงเช้ามนุษย์โตเกียวอัดแน่นเต็มขบวนแบบนี้ ที่สถานีคงวุ่นวายกว่านี้ล้านเท่าแน่ ๆ ผมพยายามจะไม่ดูนาฬิกา มันลุ้นชมัดนาทีนั้น

จริงดังคาด มนุษย์โตเกียวเป็นล้านมาอยู่ที่สถานี Shinjuku ที่สำคัญจากชานชาลาเราออกผิดทาง หาป้าย West exit ไม่เจอ !!!! เวลาบนข้อมือบอกเหลืออีก 5 นาทีรถบัสจะออก !!!!!

ช่วงนั้นลนจริง ๆ ครับ มีทางออกเป็นร้อย ๆ ทางในตอนนั้น ต้องตั้งสติแล้วไปเริ่มต้นจากชานชาลาอีกครั้ง คราวนี้เจอละ West exit วิ่งอย่างเร็วเลยครับ !!!

ออกมาจากสถานีถึงหน้าออฟฟิต รีบเอาตั๋วรถให้เจ้าหน้าที่ที่จุดปล่อยรถดู เขาบอก 08:40 ???

นี้มัน 08:45 แล้วนะ รถออกไปแล้ว !!!!  ไปติดต่อเคาเตอร์เลย !!!!

 

เดินหอบคอตกไปหน้าเคาเตอร์ พนักงานบอกต้องซื้อตั๋วใหม่ only

จ่ายเงินซื้อตั๋วใหม่ไปอีก 1750 yen (ราคา/คน/เที่ยว) คิดซะว่าจะได้มีเวลาหาทานข้าวเช้าละกัน 🙂

ยังไม่จบ ~ หลังจากจัดการมื้อเช้าเสร็จก็เดินไปรอรถที่ชานชาลาหน้าออฟฟิตนั่นแหละ มีรถบัสมาจอดรออยู่แล้ว 2-3 คัน ป้ายไฟก็บอกว่ารถคันไหนรอบไหน อยู่ชานชาลาไหน แต่…. รถของเรารอบ 09:40 อยู่ไหน ????

เดินไปถามเจ้าหน้าที่ละกัน แกดูตั๋วแล้วชี้ไปโน่นนนน แล้วพูดอะไรสักอย่างที่ผมแปลไม่ออก ดีที่แอดมินที่ไปด้วยกันเอะใจ ว่าเขาให้ไปขึ้นรถอีกป้ายรึเปล่า

เอออออใช่ เคยอ่านเจอว่า บัสที่จะไปคาวากูชิโกะจะไปจอดรอที่ชานชาลาเบอร์ 26 ที่อยู่ใกล้ ๆ ออฟฟิต เลยวิ่งไปดูปรากฎว่าใช่ด้วยล่ะ คนกำลังต่อแถวเดินขึ้นรถกันละ ให้พนักงานดูตั๋ว Ok คันนี้แหละ

เฮ้อออออ ได้ขึ้นรถซะที เนี่ยถ้าไม่ได้แอดมินที่ไปด้วยกันช่วยคิด ป่านนั้นผมคงยืนเก้อจนตกรถอีกรอบแน่ ๆ

แต่ก็ได้ยินบ่นลอยมากระทบหูว่า เพราะมัวแต่ติดคุยกะสาวถึงได้ตกรถ  !!!!!

RIMG_7453

นั่งหลับ ๆ มา 2 ชั่วโมงก็มาถึงป้ายสุดท้ายครับ สถานี Kawaguchiko

 

เวปไซด์สำหรับจอง Highway Bus คลิก  -ที่นี่-

The post Highway Bus Japan จากชินจูกุ ไปคาวากูชิโกะ appeared first on Way of Backpacker.

]]>
WISE WORLD WIFI ไปญี่ปุ่น http://www.wayofbackpacker.com/2015/07/wise-world-wifi-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99/ Thu, 16 Jul 2015 06:36:51 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3442 สวัสดีครับ ไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่งกลับมาครับ เลยอยากเขียนเรื่อง การเช่าพ้อกเก็ตไวไฟ  มาให้อ่านกันอีก เมื่อครั้งไปเที่ยวภูมิภาคคิวชู (ฟุกุโอกะและจังหวัดใกล้เคียง) ผมได้ใช้บริการของยี่ห้อนึงไว้ พอมาญี่ปุ่นรอบนี้จะเที่ยวรอบ ๆ โตเกียวและไปดูฟูจิซังที่คาวากูชิโกะ ก็มาเจอกับ Wise Incorporation Thailand หรือเรียกอีกชื่อว่า Wise World Wifi  เขากำลังมีกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับพ้อกเก็ตไวไฟไปใช้ที่ญี่ปุ่น อยู่ในช่วงที่ผมจะเดินทางพอดีเลย น่าสนใจนะ ผมก็ไปร่วมลุ้นกะเขาเหมือนกัน แล้วก็ได้เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้พ้อกเก็ตไวไฟมาใช้ เลยกะว่าจะเอามาเขียนรีวิวด้วยซะเลย ก่อนวันเดินทาง ผมต้องไปรับเครื่องพ้อกเก็ตไวไฟด้วยตัวเองที่ ออฟฟิศของ Wise อยู่ที่ตึก อโศกทาวเวอร์ อยู่ใจกลางเมืองเดินทางสะดวกดี เอาล่ะได้พ้อกเก็ตไวไฟมาแล้ว ตัวเครื่องเป็นรุ่นเดียวกันกับที่ผมเคยเช่าไปฟุกุโอกะซะด้วย คือ เป็นเครือข่ายของ au ที่สัญญาณดีมากและตัวพ้อกเก็ตก็แบตอึดมาก ขนาดที่ใช้เต็มที่ เปิดทั้งวันสบาย ๆ เผลอ ๆ จะใช้ได้ 2 วันเต็ม ๆ โดยชาร์ตเพียงครั้งเดียวเท่านั้น  ตลอดการเดินทางในญี่ปุ่น ทั้งในโตเกียวและจังหวัดข้างเคียง สรุปได้ว่า Wise World Wifi สัญญาณดีมาก ไม่มีการแกว่งของสัญญาณแม้จะอยู่บนรถไฟ รถบัส สามารถใช้งานได้ราบรื่น ใช้ง่ายแค่เปิดเครื่องพ้อกเก็ตไวไฟ แล้วใส่ ...

The post WISE WORLD WIFI ไปญี่ปุ่น appeared first on Way of Backpacker.

]]>
สวัสดีครับ ไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่งกลับมาครับ เลยอยากเขียนเรื่อง การเช่าพ้อกเก็ตไวไฟ  มาให้อ่านกันอีก

เมื่อครั้งไปเที่ยวภูมิภาคคิวชู (ฟุกุโอกะและจังหวัดใกล้เคียง) ผมได้ใช้บริการของยี่ห้อนึงไว้ พอมาญี่ปุ่นรอบนี้จะเที่ยวรอบ ๆ โตเกียวและไปดูฟูจิซังที่คาวากูชิโกะ ก็มาเจอกับ Wise Incorporation Thailand หรือเรียกอีกชื่อว่า Wise World Wifi  เขากำลังมีกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับพ้อกเก็ตไวไฟไปใช้ที่ญี่ปุ่น อยู่ในช่วงที่ผมจะเดินทางพอดีเลย น่าสนใจนะ

กิจกรรมลุ้น pocket wifi ไปใช้ที่ญี่ปุ่นของ Wise wifi

ผมก็ไปร่วมลุ้นกะเขาเหมือนกัน แล้วก็ได้เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้พ้อกเก็ตไวไฟมาใช้ เลยกะว่าจะเอามาเขียนรีวิวด้วยซะเลย
ก่อนวันเดินทาง ผมต้องไปรับเครื่องพ้อกเก็ตไวไฟด้วยตัวเองที่ ออฟฟิศของ Wise อยู่ที่ตึก อโศกทาวเวอร์ อยู่ใจกลางเมืองเดินทางสะดวกดี

มารับเครื่องไวไฟถึงออฟฟิศที่อโศกครับ

อุปกรณ์มาพร้อมกระเป๋าใส่ มีตัวเครื่องไวไฟ สายชาร์ต และหัวปลั้กแบบ usb

เอาล่ะได้พ้อกเก็ตไวไฟมาแล้ว ตัวเครื่องเป็นรุ่นเดียวกันกับที่ผมเคยเช่าไปฟุกุโอกะซะด้วย คือ เป็นเครือข่ายของ au ที่สัญญาณดีมากและตัวพ้อกเก็ตก็แบตอึดมาก ขนาดที่ใช้เต็มที่ เปิดทั้งวันสบาย ๆ เผลอ ๆ จะใช้ได้ 2 วันเต็ม ๆ โดยชาร์ตเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

การใช้งานดีมากครับ ไม่มีการอับสัญญาณ หรือสัญญาณขาดหาย รูปนี้ตอนอยู่ที่คาวากูชิโกะ ครับ

การใช้งานในเมือง ภายในอาคารต่าง ๆ สัญญาณดีครับ ไร้ปัญหา

เทสสปีดดู อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ

บางพื้นที่สัญญาณก็แรงดีครับ

 ตลอดการเดินทางในญี่ปุ่น ทั้งในโตเกียวและจังหวัดข้างเคียง สรุปได้ว่า Wise World Wifi

  • สัญญาณดีมาก ไม่มีการแกว่งของสัญญาณแม้จะอยู่บนรถไฟ รถบัส สามารถใช้งานได้ราบรื่น
  • ใช้ง่ายแค่เปิดเครื่องพ้อกเก็ตไวไฟ แล้วใส่ user name / password ที่มือถือ หรือแท้ปเล็ต ก็พร้อมใช้งานทันที
  • ตัวเครื่องพ้อกเก็ตไวไฟ แบตอึดมาก ชาร์ตเพียงครั้งเดียวอยู่ได้ทั้งวัน และอาจได้ถึง 2 วันเต็ม แต่แนะนำว่าให้ชาร์ตทุกวันไว้ดีกว่าครับ
  • อุปกรณ์ที่ใช้รับสัญญาณไวไฟครั้งนี้มี  iPad 2 เครื่อง iPhone 2 เครื่อง เปิดฟังชั่นไวไฟตลอดเวลา
  • อาจมีช่วงที่เครื่องพ้อกเก็ตไวไฟเข้าโหมด standby อย่าตกใจไป แค่กดปุ่ม power เท่านั้นระบบก็จะใช้งานได้ตามปกติ
  • การรับ / คืนเครื่อง สะดวกมาด้วยตัวเองที่ออฟฟิศ หรือ จะไปรับเครื่องสนามบินสุวรรณภูมิก็ได้ (ดอนเมืองยังไม่มีเคาเตอร์บริการ) ตรงนี้ผมแนะนำว่าควรเช่าเครื่องไปจากบ้านเราดีที่สุดครับ เพราะไม่ยุ่งยากในการคืนเครื่อง ผมเคยเจอคนเกือบตกเครื่องขากลับ เพราะเสียเวลากับการไปคืนเครื่องที่เคาเตอร์อยู่
  • ค่าเช่าบริการไม่แพง และมีโปรโมชั่นออกมาตลอด นอกจากญี่ปุ่น ยังมีเกาหลีและประเทศอื่น ๆ ให้เช่าด้วย

เวปไซด์ และรายละเอียดการจองพ้อกเก็ตไวไฟ คลิก -ที่นี่-

 

The post WISE WORLD WIFI ไปญี่ปุ่น appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เรื่องเล่าระหว่างทาง Oshino Hakkai http://www.wayofbackpacker.com/2015/07/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87-oshino-hakkai/ Wed, 15 Jul 2015 09:06:59 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3418 หลังจากเที่ยว Kawaguchiko จนเปียกปอนพอละ วันรุ่งขึ้นก่อนกลับชินจูกุ เราเลือกที่จะไป Oshino Hakkai (โอชิโนะ ฮักไก) แทนที่จะไปขึ้นเจดีย์แดงที่ chureito pagoda เพราะฟ้าฝนไม่เป็นใจ ขึ้นไปก็ไม่เห็นฟูจิซังแน่ ๆ แถมเปียกอีกต่างหาก การเดินทางจาก Kawaguchiko ไปที่ Oshino Hakkai ไปได้ทั้งทางรถไฟ Fujikyu และรถบัส แต่วิธีที่สะดวกสุดคือรถบัส เพราะไปจอดตรงหน้าทางเข้าหมู่บ้าน ใช้เวลาไม่นานด้วย  รถบัสจะจอดที่ชานชาลาที่ 6 หน้าสถานี Kawaguchiko Station ตรงเวลาครับ และเรายังซื้อตั๋วรถบัสจาก Oshino Hakkai เพื่อกลับไปชินจูกุไว้ล่วงหน้า อันนี้แหละที่ทำเราลุ้น เพราะเราคิดว่าต้องมีสถานีรถบัสตรงหมู่บ้านแน่ ๆ เมื่อเดินเที่ยว Oshino Hakkai ท่ามกลางฝนตกจนทั่วละ ก็ได้เวลาต้องเดินทางกลับ Shinjuku ซะที ปรากฏพอไปถึงหาป้ายรถหรือสถานีรถบัสไม่เจอ ยังดีที่ที่นี่มี จุดบริการนักท่องเที่ยว ก็เลยเข้าไปถามคุณน้าเจ้าหน้าที่ขอดูตั๋วที่จะไปชินจูกุของเรา แล้วแกก็บอกโอ้ยยยยย ไม่ได้อยู่ตรงนี้แต่ก็เดินไม่ไกลร้อกกกกก แค่ 15 นาทีเอ้งงงงงงง แล้วน้าแกก็มาร์คเส้นทางบนแผนที่ให้ ...

The post เรื่องเล่าระหว่างทาง Oshino Hakkai appeared first on Way of Backpacker.

]]>
หลังจากเที่ยว Kawaguchiko จนเปียกปอนพอละ วันรุ่งขึ้นก่อนกลับชินจูกุ เราเลือกที่จะไป Oshino Hakkai (โอชิโนะ ฮักไก) แทนที่จะไปขึ้นเจดีย์แดงที่ chureito pagoda เพราะฟ้าฝนไม่เป็นใจ ขึ้นไปก็ไม่เห็นฟูจิซังแน่ ๆ แถมเปียกอีกต่างหาก

การเดินทางจาก Kawaguchiko ไปที่ Oshino Hakkai ไปได้ทั้งทางรถไฟ Fujikyu และรถบัส แต่วิธีที่สะดวกสุดคือรถบัส เพราะไปจอดตรงหน้าทางเข้าหมู่บ้าน ใช้เวลาไม่นานด้วย  รถบัสจะจอดที่ชานชาลาที่ 6 หน้าสถานี Kawaguchiko Station ตรงเวลาครับ

นั่งบัสจาก Kawaguchiko Station ไปถึง Oshino Hakkai 550 yen ครับ

และเรายังซื้อตั๋วรถบัสจาก Oshino Hakkai เพื่อกลับไปชินจูกุไว้ล่วงหน้า อันนี้แหละที่ทำเราลุ้น เพราะเราคิดว่าต้องมีสถานีรถบัสตรงหมู่บ้านแน่ ๆ

มาถึง Oshino Hakkiai แล้วครับ มีแผนที่บอกด้วย

เมื่อเดินเที่ยว Oshino Hakkai ท่ามกลางฝนตกจนทั่วละ ก็ได้เวลาต้องเดินทางกลับ Shinjuku ซะที

ปรากฏพอไปถึงหาป้ายรถหรือสถานีรถบัสไม่เจอ ยังดีที่ที่นี่มี จุดบริการนักท่องเที่ยว ก็เลยเข้าไปถามคุณน้าเจ้าหน้าที่ขอดูตั๋วที่จะไปชินจูกุของเรา แล้วแกก็บอกโอ้ยยยยย ไม่ได้อยู่ตรงนี้แต่ก็เดินไม่ไกลร้อกกกกก แค่ 15 นาทีเอ้งงงงงงง แล้วน้าแกก็มาร์คเส้นทางบนแผนที่ให้ แล้วกำชับว่า ให้เทียบตัวหนังสือบนตั๋วกับปลายทาง ถ้าตรงกันก็แสดงว่ามาถูกที่ละ ไม่ยากไม่ยาก

Tourist Information ที่ Oshino Hakkai ครับ เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลืออย่างดี

เวลาบนตั๋วรถบัสคือ 16:38  สมกะเป็นญี่ปุ่นจริง ๆ มีเศษนาทีด้วย เราเผื่อเวลาเดินหลงไว้แล้ว กันเหนียวไว้  ระหว่างทางที่เดินตามแผนที่ ยิ่งออกห่างจุดท่องเที่ยวออกไปทุกที กลายเป็นชุมชน ท้องนา ไร่ข้าวโพด และถนนที่ว่างเปล่า ผ่านสามแยก สีแยก ทางตรงหน้ามีแต่ความว่างเปล่า เริ่มสงสัยนี่เรามาถูกทางใช่มะ  ????

เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอป้ายรถเมล์ท้องถิ่นครับ หนทางก็ดูไม่น่าจะมีรถเข้าโตเกียวผ่านเอาซะเลย

ไม่มีจุดสังเกตุอะไรเลยที่จะบอกว่า ปลายทางที่คุณน้าแกมาร์คไว้มีอะไร แผนที่เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยนะ แต่ก็เดินกันต่อไป มีแต่รถเมล์ท้องถิ่นผ่านมาเท่านั้น

ยิ่งเดินก็ยิ่งห่างไกลสถานที่ท่องเที่ยวมาเยอะ มีไร่ข้าวโพด ปลูกกันเป็นระยะ นี่เรามาถูกทางมั้ยนะ

ยังมีอารมณ์แวะถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ ครับ ฝาท่อที่นี่บอกให้รู้ว่าที่นี่คือ Oshino Hakkai

จนเวลาบนข้อมือบอกอย่ามัวแต่สงสัย รีบเดินหาให้เจอซะ ไม่งั้นตกรถนะแก !!!! จนเดินมาจะถึงสีแยกที่อยู่ข้างหน้าละ เริ่มมึนอีกรอบ แล้วจะไปทางไหน เพราะมองไปก็ยังคงเจอแต่ความว่างเปล่า !!!!

พอดีว่ามีรถของคุณลุงท่านนึงแกจอดติดไฟแดงอยู่ เลยเคาะกระจกขอความช่วยเหลือ แกก็พูดอังกฤษไม่ได้ ก็เลยส่งแผนที่ให้แกดู พอดีไฟเขียวรถข้างหลังก็ต่อท้ายแกอยู่ แกเลยขับมาจอดข้างทางเพื่อช่วยบอกทางเรา

แกบอกอยู่ข้างหน้านี้เอง เดินไปอีกนิดก็เจอแล้ว !!!! เราโค้งขอบคุณคุณลุงหลายครั้งมาก จากนั้นก็เดินต่อไป เวลาใกล้เข้ามาทุกทีละ

ไม่สังเกตุก็คงไม่รู้ว่านี่คือป้ายรถบัสเข้าโตเกียวที่เราต้องมาคอย ไม่ใช่สถานีขนส่ง

ตรงใกล้ ๆ ทางแยกมีป้ายรถเมล์อยู่ ดูผ่าน ๆ ก็เหมือนกับป้ายรถเมล์ท้องถิ่นที่เดินผ่านมา แต่มันต่างตรงที่ป้ายนี้มีตารางเวลาด้วย

ใช่ !!!! นี้คือป้ายที่รถ highway bus  จะมาจอดรับเราไปชินจูกุ มันไม่ใช่สถานีอะไรเลย เข้าใจไปเอง !!!!

เทียบพยัญชนะแบบตัวต่อตัว ใช่เลยไม่ผิดแน่ ๆ รอที่นี่ล่ะ

เป็นป้ายที่เก่ามากครับ ต้องสังเกตุให้ดีดี ไม่งั้นเดินผ่านไปง่าย ๆ ตกรถแน่ ๆ วันนึงมี 4 รอบเท่านั้น

เอาล่ะ เทียบเวลาบนตั๋วกับตารางรอบรถละ 16:38 ตรงกันเป้ะ ๆ ไม่ผิดแน่ ๆ ตอนนี้เหลือแค่รอว่ารถจะมาตรงเวลามั้ย :/ ????

ปรากฏเลทครับ 16:45 ถึงจะมา พอประตูเปิดปุ้บ ถามเลย Shinjuku ?? คนขับพยักหน้า จากนั้นเราก็โชว์ตั๋วแล้วโดดขึ้นไป ได้กลับโตเกียวแล้ววววว

หลังจากทำเอาใจหายเพราะรถเลท แต่ก็มาในที่สุด

คนขับรถจะมีตารางรายการผู้โดยสารว่าต้องไปรับที่ป้ายไหนบ้างตามเวลา จะไม่มีการจอดรับส่งนอกป้ายหรือรับคนที่ไม่จองตั๋วมาก่อนครับ

นั่งหลับมาตลอดทาง ก็มาตื่นตอนที่เข้ามาถึงโตเกียวแล้วครับ ฝนกำลังตกอยู่เลย รถบัสจะเข้าไปจอดที่หน้าออฟฟิส ที่เดิมตรงข้าง ๆ สถานีชินจูกุเหมือนขาไปคาวากูชิโกะครับ

ถึงที่หมายโดยปลอดภัย รถจะมาจอดที่ชานชาลาหน้าออฟฟิตตรงสถานีชินจูกุ เหมือนเดิมครับ

การเดินทางด้วยไฮเวย์บัส จากโตเกียว – คาวากูชิโกะ – โอชิโนะ ฮักไก – โตเกียว เป็นอะไรที่สะดวกและสบายครับ ไม่ต้องขึ้นลงต่อรถอย่างการโดยสารรถไฟให้เหนื่อย แนะนำนะครับ

The post เรื่องเล่าระหว่างทาง Oshino Hakkai appeared first on Way of Backpacker.

]]>
KAWAGUCHIKO STATION INN http://www.wayofbackpacker.com/2015/07/kawaguchiko-station-inn/ Fri, 10 Jul 2015 14:23:20 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3380 หนีความทันสมัยที่วุ่นวายในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว มาพักผ่อนชมวิวภูเขาไฟฟูจิ เดินเล่นริมทะเลสาป สัมผัสอากาศเย็นสบายที่นี่ครับ คาวากูชิโกะ (Kawaguchiko) การเดินทางมาที่นี่ ผมเลือกนั่งรถบัสของ Highway Bus เพราะใช้เวลาเดินทางพอ ๆ กะรถไฟ แต่ดีตรงที่ไม่ต้องต่อรถให้เสียเวลา นั่งหลับมา 2 ชั่วโมงรวดเดียว รถก็มาจอดที่สถานี Kawaguchiko station ซึ่งเป็นสถานีปลายทาง ซึ่งก็เป็นสถานีเดียวกันถ้ามากับรถไฟ มายลฟูจิถึงถิ่นทั้งทีจะมาเช้าเย็นกลับมันก็กระไรอยู่ และอีกอย่างถ้าเกิดวันที่มาถึงโชคไม่ดี ฟูจิเกิดขี้อายหลบอยู่หลังเมฆ รับรองว่าจะเสียดายที่มาแล้วไม่เจอ คิดได้ดังนี้ผมจึงเลือกที่จะค้างคืนที่นี่ Kawaguchiko Station Inn  หลังจากเช็คอินเสร็จแล้ว ได้กุญแจห้องพักเรียบร้อย ก็ขึ้นไปดูห้องพักกันครับ มารอบนี้ผมจองห้องแบบ Mix dorm (หอพักรวมชายหญิง) เอาไว้ ไปดูว่าจะเหมือนกับที่พักอื่น ๆ ที่เคยไปพักมามั้ย  Kawaguchiko Station Inn  ที่พักที่ไม่แนะนำไม่ได้แล้ว  สะดวกสุด ๆ ในทำเลที่ดีที่สุด อยู่หน้าสถานี  Kawaguchiko Station คุณน้าผู้ดูแลที่พัก ใจดีมากครับ ช่วยเหลือและแนะนำเป็นอย่างดี อาหารเช้าในแบบญี่ปุ่นอร่อยครับ ...

The post KAWAGUCHIKO STATION INN appeared first on Way of Backpacker.

]]>
หนีความทันสมัยที่วุ่นวายในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว มาพักผ่อนชมวิวภูเขาไฟฟูจิ เดินเล่นริมทะเลสาป สัมผัสอากาศเย็นสบายที่นี่ครับ คาวากูชิโกะ (Kawaguchiko)

การเดินทางมาที่นี่ ผมเลือกนั่งรถบัสของ Highway Bus เพราะใช้เวลาเดินทางพอ ๆ กะรถไฟ แต่ดีตรงที่ไม่ต้องต่อรถให้เสียเวลา นั่งหลับมา 2 ชั่วโมงรวดเดียว รถก็มาจอดที่สถานี Kawaguchiko station ซึ่งเป็นสถานีปลายทาง ซึ่งก็เป็นสถานีเดียวกันถ้ามากับรถไฟ

หน้าตารถ highway bus ที่มาจากชินจูกุครับ นั่งสบายมาก

มายลฟูจิถึงถิ่นทั้งทีจะมาเช้าเย็นกลับมันก็กระไรอยู่ และอีกอย่างถ้าเกิดวันที่มาถึงโชคไม่ดี ฟูจิเกิดขี้อายหลบอยู่หลังเมฆ รับรองว่าจะเสียดายที่มาแล้วไม่เจอ คิดได้ดังนี้ผมจึงเลือกที่จะค้างคืนที่นี่ Kawaguchiko Station Inn 

Kawaguchiko Station Inn ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานี Kawaguchiko สะดวกอะไรเช่นนี้

เช็คอินกันก่อนครับ สังเกตุให้ดีจะมีแบงค์ไทยติดอยู่ที่บอร์ดด้วย ที่นี่คนไทยมาพักกันเยอะมากครับ

เข้ามาก็ถอดรองเท้าก่อน มีรองเท้าแตะให้เปลี่ยนใส่ มีตู้เก็บรองเท้าให้ใช้ มีร่มให้ยืม

หลังจากเช็คอินเสร็จแล้ว ได้กุญแจห้องพักเรียบร้อย ก็ขึ้นไปดูห้องพักกันครับ มารอบนี้ผมจองห้องแบบ Mix dorm (หอพักรวมชายหญิง) เอาไว้ ไปดูว่าจะเหมือนกับที่พักอื่น ๆ ที่เคยไปพักมามั้ย

Mix dorm จะอยู่ชั้น 3 ครับเปิดประตูเข้ามาก็จะเจอเตียงสองชั้นแบบนี้ ที่นี่ไม่มีล้อคเกอร์ให้ใช้นะครับ ถ้าต้องการฝากของสำคัญ ฝากได้ที่ออฟฟิศครับ

เดินขึ้นมาที่ชั้น 4 จะเป็นห้องอาบน้ำแยกชาย /หญิง แบบนี้ครับ มีออนเซ้นพร้อมวิวฟูจิในวันที่ฟ้าเปิดด้วยครับ สบู่แชมพูมีให้พร้อม

ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้าห้องอาบน้ำ

ชั้น 4 นอกจากมีจะมีห้องอาบน้ำแล้ว ยังมีมุมให้ออกไปถ่ายรูปได้ด้วยครับ ที่เห็นคือสถานี Kawaguchiko Station มองเห็นฟูจิด้วย

ลงมาดูในส่วนของห้องอาหารกันบ้าง ที่นี่มีบริการอาหารเช้า ไม่รวมในค่าห้องนะครับ สามารถบอกได้ที่ผู้ดูแล อาหารเช้ามี 2 แบบคือ ABF กับแบบเซ็ตญี่ปุ่น

มองออกไปก็จะเห็นสถานี Kawaguchiko Station ครับ

เราสั่งอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นไว้ ในราคาเซ็ตละ 750 yen พร้อมระบุเวลาที่จะมาทาน เป็นมื้อเช้าที่อร่อยมากครับ แนะนำไว้สำหรับใครที่มาพักที่นี่

 Kawaguchiko Station Inn  ที่พักที่ไม่แนะนำไม่ได้แล้ว 

  • สะดวกสุด ๆ ในทำเลที่ดีที่สุด อยู่หน้าสถานี  Kawaguchiko Station
  • คุณน้าผู้ดูแลที่พัก ใจดีมากครับ ช่วยเหลือและแนะนำเป็นอย่างดี
  • อาหารเช้าในแบบญี่ปุ่นอร่อยครับ ราคาไม่แพง
  • นอกจากห้อง dorm ที่รีวิวไปแล้วยังมีห้องแบบ private room ด้วยนะครับ
  • ห้องอาบน้ำวิวดีมาก ในวันที่ฟ้าเปิดจะเห็นฟูจิชัดแจ๋วเลย
  • ชา กาแฟ มีบริการฟรี พร้อม wifi  มีร่มให้ยืมด้วย
  • แม้ไม่อยู่ติดทะเลสาปแต่ได้เห็นฟูจิชัดแจ๋ว และอยู่ใกล้ ๆ กับร้านสะดวกซื้อทั้ง 7-11 และ Lawson
  • ราคาค่าห้องไม่แพงเลยครับ เรียกว่าเกินคุ้มจริง ๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้มา

 

 

The post KAWAGUCHIKO STATION INN appeared first on Way of Backpacker.

]]>
GUEST HOUSE WASABI โตเกียว http://www.wayofbackpacker.com/2015/07/guest-house-wasabi-%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/ Fri, 10 Jul 2015 09:36:19 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3339 มาเที่ยวโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นรอบนี้ สิ่งแรกที่เรามองหาคือ ที่พักที่เดินทางสะดวก ใกล้สถานีรถไฟ และราคาไม่แพง โจทย์ดูเหมือนจะง่าย แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเรามีเวลาเตรียมตัวไม่กี่วันก่อนเดินทาง ครั้นจะพักย่านเดิมอย่างอาซากุสะ (Asakusa) ก็เบื่อละ และแล้วเราก็เจอ Guest House Wasabi  ซึ่งตอบโจทย์ของเราทุกอย่าง ไปดูกันครับ Guest House Wasabi อยู่ในทำเลดีมาก อยู่ติดกับสถานี JR Mikawashima เลยล่ะ ไม่ต้องเดินหาให้เมื่อยขา แค่มองจากชานชาลาสถานีก็เจอแล้ว การเดินทางมาที่นี่ เริ่มจากสนามบินนาริตะ เราใช้บริการรถไฟ Keisei Main Line หรือรถไฟสายหวานเย็น ที่ราคาถูกที่สุด (1030 เยน) แลกกับระยะเวลาชั่วโมงกว่า ๆ มาลงที่สถานี JR Nippori แล้วต่อรถไฟ JR Joban line ไปอีก 1 สถานีเพื่อไปลงสถานี JR Mikawashima  ก็มาถึงที่พักละ  Guest House Wasabi ...

The post GUEST HOUSE WASABI โตเกียว appeared first on Way of Backpacker.

]]>
มาเที่ยวโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นรอบนี้ สิ่งแรกที่เรามองหาคือ ที่พักที่เดินทางสะดวก ใกล้สถานีรถไฟ และราคาไม่แพง โจทย์ดูเหมือนจะง่าย แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเรามีเวลาเตรียมตัวไม่กี่วันก่อนเดินทาง ครั้นจะพักย่านเดิมอย่างอาซากุสะ (Asakusa) ก็เบื่อละ และแล้วเราก็เจอ Guest House Wasabi  ซึ่งตอบโจทย์ของเราทุกอย่าง ไปดูกันครับ

Guest House Wasabi อยู่ในทำเลดีมาก อยู่ติดกับสถานี JR Mikawashima เลยล่ะ ไม่ต้องเดินหาให้เมื่อยขา แค่มองจากชานชาลาสถานีก็เจอแล้ว

เส้นทางรถไฟ Keisei จากสนามบินมาจบที่ Ueno แต่ที่พักของเราลงที่ Nippori ก่อน

การเดินทางมาที่นี่ เริ่มจากสนามบินนาริตะ เราใช้บริการรถไฟ Keisei Main Line หรือรถไฟสายหวานเย็น ที่ราคาถูกที่สุด (1030 เยน) แลกกับระยะเวลาชั่วโมงกว่า ๆ มาลงที่สถานี JR Nippori แล้วต่อรถไฟ JR Joban line ไปอีก 1 สถานีเพื่อไปลงสถานี JR Mikawashima  ก็มาถึงที่พักละ

เราขึ้นรถไฟ Keisei Mail Line ที่ถูกสุดนั่งหวานเย็นมาเรื่อย ๆ ถึง Nippori ก็ประมาณชั่วโมงกว่า

จาก Nippori ก็ขึ้นรถไฟ JR มาลงที่ Mikawashima มองจากชานชาลาก็จะเจอ Guest House Wasabi ครับ

ได้เวลาเชคอินแล้วครับ

ห้องโถงของที่พัก เป็นทั้งห้องนั่งเล่น มีล้อคเกอร์หยอดเหรียญสำหรับเก็บของมีค่า เครื่องคอมสำหรับใช้อินเตอร์เนต

มีคอร์สสอนเพ้นต์เล็บด้วยครับ อุปกรณ์เต็มโต้ะเลย มี wifi ให้ใช้ด้วยครับ

ชา กาแฟมีให้ฟรี พร้อมเครื่องครัวเครื่องใช้ ประตูที่เห็นด้านในคือ Mix dorm ห้องพักรวมชาย/หญิง

มีบริการให้เช่าชุดยูกาตะด้วยนะ หรือจะใส่เพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระทึกก็มีให้

สำหรับห้องพักรวมหญิง Female dorm จะอยู่ชั้น 2 ครับ

หอพักรวมชาย male dorm จะอยู่ชั้นใต้ดินครับ ทั้งหอหญิงและหอชายจะต้องกดรหัสที่ประตูทางเข้าก่อน เสมอ

สำหรับห้องเดี่ยว Private room จะอยู่ชั้น 3 ครับขึ้นลิฟท์ไปได้เลย

ดาดฟ้าเป็นที่จัด party ได้ครับ ผมไม่ได้ถ่ายมาเพราะฝนตก รูปนี้นำมาจาก agoda

ดาดฟ้าเป็นที่จัด party ได้ครับ ผมไม่ได้ถ่ายมาเพราะฝนตก รูปนี้นำมาจาก agoda

 Guest House Wasabi นับว่าเป็นที่พักที่มีครบทุกรูปแบบการเข้าพักเลยครับ

  • ชั้น B1  เป็นหอพักชาย Male dorm  มีห้องอาบน้ำรวมภายใน
  • ชั้น 1  ขั้นเดียวกับล้อปบี้ มีห้องพักแบบ Mix dorm รวมชายหญิง
  • ชั้น 2 เป็นหอพักหญิง Female dorm  มีห้องอาบน้ำรวมภายใน
  • ชั้น 3 เป็นห้องเดี่ยวแบบ Private room พร้อมห้องน้ำในตัว
  • สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่ชินกับการใช้ห้องอาบน้ำรวม ที่นี่เขามีห้องอาบน้ำส่วนตัว อยู่ที่ชั้น 1 ให้ใช้ด้วยครับ
  • และสำหรับใครที่พักห้องเดี่ยว Private room แต่อยากไปแช่ออนเซ็นที่อยู่ในห้องอาบน้ำรวมที่อยู่ใน dorm ก็ไปบอกสต้าฟได้ครับ เขาจะให้รหัสเปิดประตู dorm มา
  • บนชั้นดาดฟ้า เป็นพื้นที่นั่งกินลมชมวิวครับ เสียดายที่ผมไปแล้วฝนตก เขาเลยปิดพื้นที่ส่วนนี้

ผมจองห้อง Male dorm เอาไว้ เพราะราคา / คืน ไม่แพงและต้องการใช้แค่นอนกับเก็บกระเป๋าเท่านั้น ไปดูกันครับว่าเป็นยังไง

เป็นห้องนอนรวมที่เป็นกล่อง 2 ชั้น มีเพียงม่านปิดเท่านั้น

ภายในกล่องไม่มีอะไรนอกจาก โคมไฟ ปลั้กไฟ และเครื่องนอน

ความลึกของกล่องประมาณ 2 เมตรได้ เพราะผมสูง 185 ซม. ขาไม่โผล่ไปนอกกล่อง

selfie ตัวเองนิดนุงว่าไปนอนมาแล้ว

ถัดจากกล่องที่นอนแล้ว ภายในห้อง Male dorm ยังห้องอาบน้ำรวม ที่อยู่ภายในด้วย เขาออกแบบให้เหมือนกับโรงอาบน้ำสาธารณะสมัยก่อนเลย ไปดูกัน

ห้องอาบน้ำรวมจะเป็นแบบนี้ครับ ไม่มีปิดกั้นใดใด มีแชมพู สบู่ให้ใช้ น้ำแรงมาก

เห็นว่าที่อาบน้ำมีเยอะอย่างนี้ แต่พอใช้จริง ๆ กลับไม่มีใคร เพราะแต่ละคนอาบน้ำคนละเวลากัน

ภายในห้องอาบน้ำยังมีบ่อสำหรับออนเซนด้วยนะ ตามกฏการใช้ออนเซน เราต้องชำระร่างกายให้สะอาดซะก่อน จึงจะลงไปแช่ในบ่อได้ แต่ตอนนี้เขาถ่ายน้ำออกไปหมดละ เพราะมีช่วงเวลาการใช้อยู่ นอกจากนี้ยังมีห้องสำหรับซาวน่าให้ใช้อีกด้วย นับว่าเป็นที่พักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายจริง ๆ

ห้องแต่งตัวจะแยกออกมาจากห้องอาบน้ำอีกที มีไดเป่าผม โลชั่นบำรุงผิวให้ใช้ด้วย

และเป็นธรรมเนียมเช่นเคยครับ ที่ก่อนวันเดินทางกลับผมจะต้องเปิดห้องส่วนตัวไว้ เพื่อใช้พื้นที่จัดกระเป๋าก่อนเดินทางวันรุ่งขึ้น คงไม่ดีแน่หากต้องรื้อของออกมาจัดใหม่หมดในห้องนอนรวม ที่ทั้งแคบ และจะเกิดเสียงดังรบกวนคนอื่น ๆ ที่กำลังนอนหลับอยู่ ไปดู Private single room กันเลย

กดลิฟท์ขึ้นมาที่ชั้น 3 ก็เจอห้อง private room ภายในห้องครับ ขนาดกะทัดรัด แต่สิ่งอำนวยความสะดวกครบ

ภายในห้องมีหน้าต่าง ไวไฟ ตู้เย็น ทีวี แอร์ ไดเป่าผม ห้องน้ำในตัว ผ้าเช็ดตัว เรียกว่าครบครับ

ห้องน้ำมีสบู่ แชมพูให้ใช้พร้อมด้วยโลชั่น และครีมบำรุงผิว ผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน

มีอ่างอาบน้ำด้วยนะ ไม่ต้องลงไปแช่ออนเซนในห้องรวมละ แต่ถ้าอยากจะอาบน้ำในห้องรวม ก็ไปแจ้งที่สต้าฟครับ เขาจะให้รหัสเข้าห้อง dorm มา

ไดเป่าผมนี้ขาดไม่ได้ครับ ที่พักทุกที่มีให้ใช้ ไม่ต้องหิ้วมาเอง

กุญแจห้องครับ

Guest House Wasabi ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อีกครับ เช่น บริการซักอบรีด มีเครื่องนวดเท้าให้ใช้ เครื่องออกกำลังกาย ที่ผมยังเดินสำรวจไม่หมด แต่เท่าที่เห็นมาก็เพียงพอ หรือเกินพอสำหรับการเป็นที่พักราคาไม่แพงแบบนี้ ยิ่งอยู่ติดสถานีรถไฟ JR เดินทางสะดวกอย่างนี้ หายากครับ ถ้าใครได้มีโอกาสไปเที่ยวโตเกียว แนะนำว่าลองมาพักที่นี่แล้วจะติดใจครับ

สรุปการเดินทางจาก สนามบินนาริตะมาที่ Guest House Wasabi 

  • ขึ้นรถไฟ Keisei ได้ทุกสาย (Keisei Skyliner, Access Express, Keisei Main Line) มาลงที่สถานี JR Nippori
  • จากสถานี JR Nippori ให้เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ JR สาย Joban Line ไปลงสถานี JR Mikawashima (1 สถานี เท่านั้น)
  • มองจากบนชานชาลาสถานี JR Mikawashima ก็จะเจอ Guest House Wasabi ครับ
  • และด้วยความสะดวกแบบนี้ตั๋ว Day pass ที่เลือกใช้คือ JR Tokunai ครับเพราะ จากสถานี JR Mikawashima หน้าที่พักบนเส้น JR Joban Line นั่งไปเพียง 2 สถานีก็ไปบรรจบกับสถานี JR Ueno บนเส้น JR Yamanote ที่วิ่งรอบเมืองโตเกียว ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดละ
  • สต้าฟที่นี่น่ารักทุกคน สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างดี
  • สามารถจองผ่านเอเจ้นต์ต่าง ๆ ได้เช่น agoda, booking และเวปเอเจ้นต์อื่น ๆ
  • หรือจะจองผ่านเวปของที่พักโดยตรงก็ได้ครับ  http://guesthousejp.com/en/

 

สามารถเปรียบเทียบราคาห้องพักได้ที่ : Guest House Wasabi Tokyo, Arakawa, Tokyo, Japan

The post GUEST HOUSE WASABI โตเกียว appeared first on Way of Backpacker.

]]>
โปรโมชั่น JETSTAR : มา 2 จ่าย 1 !!!!! http://www.wayofbackpacker.com/2015/05/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99-jetstar-%e0%b8%a1%e0%b8%b2-2-%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-1/ Mon, 04 May 2015 05:19:22 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3153 Jetstar ออกโปรโมชั่นใหม่อีกแล้วครับ ในชื่อว่า ‘มา 2 จ่าย 1’ Buy 2 fares for the price of 1 ‘ งานนี้ บินเป็นคู่ประหยัดกว่าเห็น ๆ ไม่ต้องคิดนานครับ เดี๋ยวตลาดจะวายซะก่อน รีบไปดูกันเลยดีกว่าครับ เช่นเคยครับ Jetstar Asia ยังคงให้บริการในเส้นทางเริ่มจาก กรุงเทพ และภูเก็ต มีปลายทางที่ โฮจิมันห์ สิงคโปร์ ฮานอย และ ฟุคุโอกะ โดยทุกเส้นทางของโปรโมชั่นนี้สามารถ จองได้ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2558 กรุงเทพ – โฮจิมินห์    8 กันยายน – 24 ตุลาคม ภูเก็ต – สิงคโปร์        14 พฤษภาคม – 28 พฤษภาคม ภูเก็ต – สิงคโปร์   ...

The post โปรโมชั่น JETSTAR : มา 2 จ่าย 1 !!!!! appeared first on Way of Backpacker.

]]>
Jetstar ออกโปรโมชั่นใหม่อีกแล้วครับ ในชื่อว่า ‘มา 2 จ่าย 1’ Buy 2 fares for the price of 1 ‘ งานนี้ บินเป็นคู่ประหยัดกว่าเห็น ๆ ไม่ต้องคิดนานครับ เดี๋ยวตลาดจะวายซะก่อน รีบไปดูกันเลยดีกว่าครับ
เช่นเคยครับ Jetstar Asia ยังคงให้บริการในเส้นทางเริ่มจาก กรุงเทพ และภูเก็ต มีปลายทางที่ โฮจิมันห์ สิงคโปร์ ฮานอย และ ฟุคุโอกะ โดยทุกเส้นทางของโปรโมชั่นนี้สามารถ จองได้ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2558

  • กรุงเทพ – โฮจิมินห์    8 กันยายน – 24 ตุลาคม
  • ภูเก็ต – สิงคโปร์        14 พฤษภาคม – 28 พฤษภาคม
  • ภูเก็ต – สิงคโปร์          5 กรกฎาคม – 24 กันยายน
  • ภูเก็ต – สิงคโปร์        25 กันยายน – 19 พฤศจิกายน
  • กรุงเทพ – ฮานอย       8 กันยายน – 24 ตุลาคม
  • กรุงเทพ – สิงคโปร์      1 กรกฎาคม – 30 กรกฎาคม
  • กรุงเทพ – สิงคโปร์    18 สิงหาคม – 19 พฤศจิกายน
  • กรุงเทพ – สิงคโปร์   7 มกราคม – 27 มกราคม 2559
  • กรุงเทพ – ฟุกุโอกะ  24 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม
  • กรุงเทพ – ฟุกุโอกะ   11 กันยายน – 28 กันยายน
  • กรุงเทพ – ฟุกุโอกะ  1 ธันวาคม – 24 ธันวาคม
  • กรุงเทพ – ฟุกุโอกะ  6 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์ 2559
เส้นทางบินของโปรโมชั่นนี้

เส้นทางบินของโปรโมชั่นนี้

เส้นทางโปรโมชั่นจะบอกชัดเจนว่า ซื้อ 2 จ่าย 1

กรุงเทพ - ฟุคุโอกะ ราคาโปรโมชั่น

ขาไป กรุงเทพ – ฟุคุโอกะ ราคาโปรโมชั่น

ยกตัวอย่างเส้นทางยอดฮิต กรุงเทพ – ฟุคุโอกะ ราคาขาไป / คน ถูกสุดที่เจอจะอยู่ที่สองพันนิด ๆ เท่านั้น

ขากลับ ราคาโปรโมชั่นรวม 2 คน

ราคาโปรโมชั่นไปกลับ รวม 2 คน

เมื่อรวมราคาทั้งขาไปและกลับ จะได้ราคาสำหรับเดินทาง 2 คน รวมค่าธรรมเนียมแล้ว หารกันจะเหลือเพียงคนละ ห้าพันนิด ๆ เท่านั้น นับว่าถูกมากครับ

ราคารวมแล้ว หาร 2 เท่ากับจ่ายคนละ ห้าพันนิด ๆ เท่านั้น

ราคารวมแล้ว หาร 2 เท่ากับจ่ายคนละ ห้าพันนิด ๆ เท่านั้น

เมื่อรวมราคาเบื้องต้นแล้วจะได้ประมาณนี้ครับ

จบจากขั้นตอนนี้ ก็เข้าสู่ขั้นตอนปกติทั่วไปครับ คือ ซื้อน้ำหนักเพิ่ม (ฟรี carry-on 7 กิโลกรัม) ซื้ออาหาร  ซื้อที่นั่ง จนไปจบที่ขั้นตอนการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต แล้วก็รอรับอีเมล์ยืนยันการจอง

ย้ำอีกครั้งนะครับว่า รีบตัดสินใจอย่าลังเล เพราะตลาดวายไวมาก แป้บเดียวราคาเปลี่ยนละ ช้าหมดแล้วจะอดเที่ยวนะครับ

ทางไปจอง : www.jetstar.com/th/th/special-offers/2-for-1

 

 

The post โปรโมชั่น JETSTAR : มา 2 จ่าย 1 !!!!! appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เที่ยวญี่ปุ่น : ดาไซฟุ http://www.wayofbackpacker.com/2015/04/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%9f%e0%b8%b8/ Mon, 13 Apr 2015 10:00:43 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3034 ดาไซฟุ (Dazaifu) คือเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับฟุกุโอกะ ประมาณกรุงเทพ -ปทุมธานี ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟไม่นานเลยครับ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมขึ้นรูปหัวเรื่องเป็น Starbucks  ???  ก็เพราะว่าผมรู้จัก Starbucks สาขานี้ก่อนจะรู้ว่ามันอยู่ในเมืองดาไซฟุน่ะครับ หรือจะบอกตรงว่าผมมาเมืองไดซาฟุ ก็เพื่อมาดู Starbucks สาขานี้โดยเฉพาะก็ว่าได้ แต่ไม่ใช่ว่าที่เมืองดาไซฟุจะมีแค่ Starbucks นะครับ ที่นี่ยังมีประวัติศาสตร์ให้เรียนรู้ ให้เดินดูเดินชมกันอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าเทนมานกุ (Tenmangu Shrine) , พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู , ถนนคนเดินที่มีขนมอร่อย ๆ ขายตลอดทาง การเดินทางจากฟุกุโอกะมาที่เมืองดาไซฟุนั้นก็แสนจะง่ายมากครับ เพราะมีรถไฟไปถึงใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึงละ สำหรับใครที่มาเที่ยวฟุกุโอกะแล้วมีแผนมาที่ดาไซฟุ แนะนำให้ซื้อ Fukuoka Tourist Pass ไว้เลยครับเพราะบัตรนี้ได้รวมทุกการเดินทางในฟุกุโอกะรวมถึงรถไฟไปดาไซฟุไว้แล้ว สะดวกอะไรเช่นนี้ เริ่มต้นเดินทางจากสถานีรถไฟใต้ดินเทนจิน (Tenjin) เดินไปขึ้นรถไฟที่สถานี Nishitetsu Fukuoka แล้วไปเปลี่ยนขบวนรถไฟอีกครั้งที่สถานี Nishitetsu Futsukaichi เพื่อไปดาไซฟุ ดูเหมือนจะซับซ้อน แต่ไม่เลยครับ ไม่ยากครับไม่ยาก เดินจากสถานีเทนจิน (Tenjin) มาถึงสถานีนิชิเตสึ ...

The post เที่ยวญี่ปุ่น : ดาไซฟุ appeared first on Way of Backpacker.

]]>
ดาไซฟุ (Dazaifu) คือเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับฟุกุโอกะ ประมาณกรุงเทพ -ปทุมธานี ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟไม่นานเลยครับ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมขึ้นรูปหัวเรื่องเป็น Starbucks  ???  ก็เพราะว่าผมรู้จัก Starbucks สาขานี้ก่อนจะรู้ว่ามันอยู่ในเมืองดาไซฟุน่ะครับ หรือจะบอกตรงว่าผมมาเมืองไดซาฟุ ก็เพื่อมาดู Starbucks สาขานี้โดยเฉพาะก็ว่าได้

แต่ไม่ใช่ว่าที่เมืองดาไซฟุจะมีแค่ Starbucks นะครับ ที่นี่ยังมีประวัติศาสตร์ให้เรียนรู้ ให้เดินดูเดินชมกันอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าเทนมานกุ (Tenmangu Shrine) , พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู , ถนนคนเดินที่มีขนมอร่อย ๆ ขายตลอดทาง

Fukuoka Tourist Pass

Fukuoka Tourist Pass

การเดินทางจากฟุกุโอกะมาที่เมืองดาไซฟุนั้นก็แสนจะง่ายมากครับ เพราะมีรถไฟไปถึงใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึงละ สำหรับใครที่มาเที่ยวฟุกุโอกะแล้วมีแผนมาที่ดาไซฟุ แนะนำให้ซื้อ Fukuoka Tourist Pass ไว้เลยครับเพราะบัตรนี้ได้รวมทุกการเดินทางในฟุกุโอกะรวมถึงรถไฟไปดาไซฟุไว้แล้ว สะดวกอะไรเช่นนี้

RIMG_0409

เราสามารถวางแผนเดินทางโดยใช้ไฮเปอร์เดียร์ (Hyperdia)

เริ่มต้นเดินทางจากสถานีรถไฟใต้ดินเทนจิน (Tenjin) เดินไปขึ้นรถไฟที่สถานี Nishitetsu Fukuoka แล้วไปเปลี่ยนขบวนรถไฟอีกครั้งที่สถานี Nishitetsu Futsukaichi เพื่อไปดาไซฟุ ดูเหมือนจะซับซ้อน แต่ไม่เลยครับ ไม่ยากครับไม่ยาก

RIMG_0411

จากสถานี Tenjin จะเชื่อมกับสถานี Nishitetsu Fukuoka  (ผมว่าป้ายเขาสะกดชื่อสถานีผิดนะ)

RIMG_0413

ภายในสถานี Nishitetsu Fukuoka

เดินจากสถานีเทนจิน (Tenjin) มาถึงสถานีนิชิเตสึ ฟุกุโอกะ (Nishitetsu Fukuoka) ใช้ตั๋ว Fukuoka Tourist Pass ผ่านตลอดเลยครับ จะเจอชานชาลา มองดูขบวนรถไฟที่เป็นรถเร็ว (Rapid train) นะครับ เพราะจะจอดแค่สถานีใหญ่ ๆ เท่านั้น ขืนนั่งขบวนที่เป็น Local รับรองหลับแล้วหลับอีกแน่ ๆ เพราะ Local เขาจอดทุกสถานี นั่งหวานเย็นกันไป

RIMG_0414

บรรยากาศภายในรถไฟครับ

RIMG_0418

มาต่อรถไฟอีกขบวน เพื่อไปดาไซฟุครับ

RDSC_9829

รถไฟสายเอกชน ที่สวยสะอาดตามาก

ยังเดินเล่นถ่ายรูปที่ชานชาลาสถานีดาไซฟุครับ

ยังเดินเล่นถ่ายรูปที่ชานชาลาสถานีดาไซฟุครับ

RIMG_0429

มาถึงดาไซฟุแล้วครับ

หลังจากนั่งรถไฟ 2 ขบวนใช้เวลาประมาณพักนึงก็มาถึงเมืองดาไซฟุแล้วครับ หน้าสถานีจะมีป้ายบอกทางครับว่าอะไรไปตรงไหน ส่วนผมใช้วิธีเดินตามคนส่วนใหญ่ไปครับ ซึ่งก็เป็นโซนถนนคนเดิน มีร้านค้าร้านขายขนมอยู่ทั้ง 2 ถนนเลย ถนนเส้นนี้ปลายทางไปจบที่ศาลเจ้าดาไซฟุ (Dazaifu Tenmangu Shrine)

RDSC_9819

หน้าสถานีรถไฟดาไซฟุ

RDSC_9813

ด้านข้างสถานีดาไซฟุเต็มไปด้วยรถจักรยาน สุดสายตาเลยครับ

RDSC_9810

เป็นเมืองที่ดูชิลมาก ไม่วุ่นวายแบบเมืองใหญ่

RDSC_9807

เดินไปเรื่อย ๆ มีร้านอะไรน่าสนใจมั่ง Kitty ก็มีนะ

RDSC_9814

M&M หรือร้านขายเบอร์เกอร์กันแน่ ??? ไม่ได้เข้าไปพิสูจน์

RDSC_9749

แล้วก็มาถึงเป้าหมายของผม

เดินมาจนเจอกับเป้าหมายของผมในดาไซฟุแล้วครับ Starbucks สาขาดาไซฟุ หนึ่งในสาขา Starbucks ที่สวยที่สุดในโลก www.businessinsider.com/most-beautiful-starbucks-stores-2014  ร้านก็ไม่ใหญ่นะครับ ความกว้างขนาด 2 คูหามีชั้นเดียว แต่แปลกตากว่าสาขาที่เรา ๆ เคยเห็นกัน โดยสาขานี้ได้รับการออกแบบจากศิลปินชาวญี่ปุ่นชื่อ Kengo Kuma ผลงานคนนี้เขาเยอะมากครับ

มาถึงแล้วก็ต้องอุดหนุนกันครับ ด้วยความที่ภายนอกอากาศหนาวลมแรง ภายในร้านจึงไม่เปิดแอร์ นั่งนาน ๆ แล้วรู้สึกร้อนครับ ต้องถอดเสื้อกันหนาวออกเลย

ขนมอะไรเรียกไม่ถูกครับ ทำสด ๆ ใหม่ ๆ ทานตอนที่ยังร้อน ๆ อร่อยมาก

ขนมอะไรเรียกไม่ถูกครับ ทำสด ๆ ใหม่ ๆ ทานตอนที่ยังร้อน ๆ อร่อยมาก ผมเอาไปทานกับกาแฟในร้าน Starbucks

Dazaifu

เดินมาถึงสัญลักษณ์ของศาลเจ้าแล้วครับ มาถูกทางแน่ ๆ ละ

RDSC_9782

เข้ามาภายในศาลเจ้าเทนมานกุแล้วครับ จะเจอศาลาบ่อน้ำ

เดินเข้ามาในศาลเจ้า เทนมานกุ (Tenmangu Shrine) 

บ่อน้ำหน้าศาลเจ้า  มีไว้เพื่อชำระล้างร่างกายและยังแฝงนัยยะชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ด้วยครับ

  1. ใช้มือขวาหยิบกระบวยขึ้นมา ตักน้ำให้เต็มและเริ่มล้างจากมือซ้าย (อย่าเพิ่งเทน้ำจนหมด)
  2. เปลี่ยนไปใช้มือซ้ายจับกระบวย ล้างมือขวา
  3. ใช้มือรองน้ำจากระบวยเพื่อล้างปาก
  4. ถือกระบวยตั้งขึ้นให้น้ำที่เหลือไหลลงเพื่อล้างด้ามจับ
RDSC_9777

รูปปั้นวัวในศาลเจ้า ที่นักเรียนในญี่ปุ่นเชื่อกันว่าลูบหัวแล้ว วัวจะช่วยให้สอบผ่าน สังเกตุหัวมันแผลบเลย

RDSC_9765

ใบเซียมซีเสี่ยงทายที่ผู้คนมาผูกไว้

RDSC_9776

แผ่นป้ายมงคลที่มีผู้คนเขียนแขวนไว้ เยอะมากเลยครับ

 ดาไซฟุ (Dazaifu) ยังมีที่เที่ยวอีกครับ ทั้งศาลเจ้าเทนมานกุ , พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ คิวชู , วัดโคเมียวเซนจิ (Komyozenji) ต้นแบบวัดเซน และอีกหลาย ๆ ที่ เสียดายที่ผมมีเวลาเดินเที่ยวไม่นานนัก เลยแปะโป้งไว้ถ้ามีโอกาสจะกลับมาที่นี่อีกให้ได้ครับ

The post เที่ยวญี่ปุ่น : ดาไซฟุ appeared first on Way of Backpacker.

]]>