antwoorden Pixwords 94 answers Pixwords 4 litere Pixwords 5 letters Pixwords 8 litere Pixwords 11 letters Pixwords 18 letters
Review – Way of Backpacker http://www.wayofbackpacker.com Backpacker ท่องเที่ยว เที่ยวเอง เที่ยวไทย เที่ยวเกาหลี เที่ยวญี่ปุ่น รีวิวอุปกรณ์ Thu, 20 Oct 2016 09:02:12 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.7.16 เที่ยว Okinawa World ด้วยรถบัส http://www.wayofbackpacker.com/2016/01/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-okinawa-world-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%aa/ Mon, 18 Jan 2016 08:52:22 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3935 เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส ตอนที่ 2 ความเดิมจากตอนที่แล้ว  เราได้รู้ว่าสามารถเติมเงินลงบัตร Okica ได้จากบนรถบัส ในกรณีที่เงินในบัตรไม่พอจ่ายค่ารถ คราวต่อไปก็ไม่ต้องกังวลละว่าจะมีเงินไม่พอ วันต่อมาเรายังออกเดินทางไปนอกเมืองเหมือนเดิมโดยรถบัส ปลายทาง Okinawa World  ถ้ำหินงอกหินย้อย และโรงงานผลิตแก้วสไตร์โอกินาว่า การเดินทางไปขึ้นบัส ก็ยังคงไปขอข้อมูลที่ Okinawa Sightseeing Bus ที่เดิมที่เดียวครับ อยู่ใกล้ ๆ สถานี Asahibashi อยากไปไหน เข้าไปถามพนักงานสาวได้เลยครับ ที่นี่เขาใจดี และที่นี่ยังเป็นจุดขึ้นรถสำหรับใครที่ซื้อแพ้คเกจ one day tour ด้วยนะ 🙂     ป้ายรถบัสแต่ละสาย ที่ไปนอกเมืองเนี่ย ไม่ได้จอดที่เดียวกันนะ อย่างบัสที่ผมไป American Village วันก่อน ก็เป็นคนละป้ายกับ Okinawa World ที่ผมจะไปวันนี้ ดีที่แผนที่ที่ขอมาเขาบอกทางละเอียดดี เลยมารอไม่ผิดป้าย เราอยู่ในโอกินาว่า จังหวัดนึงในญี่ปุ่น ดังนั้นการตรงต่อเวลาจึงยังคงเป็นไปตามมาตรฐานญี่ปุ่น  ...

The post เที่ยว Okinawa World ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส ตอนที่ 2

ความเดิมจากตอนที่แล้ว  เราได้รู้ว่าสามารถเติมเงินลงบัตร Okica ได้จากบนรถบัส ในกรณีที่เงินในบัตรไม่พอจ่ายค่ารถ คราวต่อไปก็ไม่ต้องกังวลละว่าจะมีเงินไม่พอ

วันต่อมาเรายังออกเดินทางไปนอกเมืองเหมือนเดิมโดยรถบัส ปลายทาง Okinawa World  ถ้ำหินงอกหินย้อย และโรงงานผลิตแก้วสไตร์โอกินาว่า

การเดินทางไปขึ้นบัส ก็ยังคงไปขอข้อมูลที่ Okinawa Sightseeing Bus ที่เดิมที่เดียวครับ อยู่ใกล้ ๆ สถานี Asahibashi อยากไปไหน เข้าไปถามพนักงานสาวได้เลยครับ ที่นี่เขาใจดี และที่นี่ยังเป็นจุดขึ้นรถสำหรับใครที่ซื้อแพ้คเกจ one day tour ด้วยนะ 🙂

 

12553031_R835636569880109_3087317473776434923_n

 

ป้ายรถบัสแต่ละสาย ที่ไปนอกเมืองเนี่ย ไม่ได้จอดที่เดียวกันนะ อย่างบัสที่ผมไป American Village วันก่อน ก็เป็นคนละป้ายกับ Okinawa World ที่ผมจะไปวันนี้ ดีที่แผนที่ที่ขอมาเขาบอกทางละเอียดดี เลยมารอไม่ผิดป้าย

เราอยู่ในโอกินาว่า จังหวัดนึงในญี่ปุ่น ดังนั้นการตรงต่อเวลาจึงยังคงเป็นไปตามมาตรฐานญี่ปุ่น  ไม่ใช่แค่โมโนเรลเท่านั้น รถบัสเนี่ยก็ตรงเวลาอย่างเหลือเชื่อ เวลาในป้ายรถเมล์บอกไว้กี่โมงกี่นาที ก็ตามนั้นเลย มาช้าไปแค่วินาทีนี่ตกรถแน่นอน

สายที่จะพาเราไป Okinawa World มีเพียงสายเดียวคือ 83  ค่าโดยสารในใบตารางเดินรถที่หยิบมาจากออฟฟิส บอกไว้ว่า 580 เยน แต่เราไม่รู้ว่า ต้องลงป้ายไหน ???

งานนี้เลยต้องบอกคุณลุงคนขับให้ชัดเจน ว่าจะไป Okinawa World นะลุง ถึงแล้วบอกด้วยนะ และเพื่อกันเหนียวไว้ เลยเปิด google map ให้ gps แสดงพิกัดอีกที

นั่งรถไปเรื่อย ๆ ก็เป็นคนละทางกับที่ไปนอกเมืองวันก่อน แต่คราวนี้ไกลกว่าเก่า ทั้งเลียบทะเล ทั้งผ่านทุ่งนา มันไกลจัง ก็มองจอราคาค่าโดยสารไปเรื่อย ๆ ถ้า 580 เยนนี้ต้องลง … คิดไปงั้นนะ

จน gps บอกว่ามาถึงละ ตรงนี้แหละ !!! เราก็ชะเง้อมอง ไหน ๆๆๆ ไม่มีอะไรเลย มันใช่หรอออออ แต่พิกัดมันก็จบลงตรงนี้จริง ๆ นะ พร้อมกับราคาบนจอ 580 เยน !!??

เอาไงล่ะ จะลงมั้ย ถ้าลงแล้วไม่ใช่นี้เป็นเรื่องนะ เพราะมีสายเดียวผ่าน นอกจากจะไม่ทันเข้าชมถ้ำละยังหลงทางอีก

รถไม่จอดครับ เพราะไม่มีคนขึ้นและเราก็ไม่ลง ก็ขับผ่านป้ายนั้นไปต่อละ ดูซิคุณลุงแกจะพาเราไปไหน ตอนนี้คนบนรถนับได้ 5 คนละ เขาจะไปไหนกัน ???

gps เดินหน้าไปเรื่อย ๆ พร้อมด้วยค่ารถที่ขยับเกินจุดที่บอกไว้ละจาก 580 เยนเป็น 630 เยน ตัดสินใจย่องไปนั่งข้าง ๆ แกแล้วถาม Okinawa World เลยมารึยังลุง ??

ลุงแกมองหน้าแล้วชี้โบ้ชี้เบ้ครับ ประมาณเอ็งนั่ง ๆ ไปก่อน เดี๋ยวรู้เองแหละ ผมเลยไม่ถามเซ้าซี้ละ นั่งมองทางต่อไปอยากรู้เหมือนกันว่าจะไปถึงไหน ค่ารถก็ขึ้นไปเรื่อย ๆ

นั่งไปพักใหญ่นะ ก็เห็นป้ายอยู่ลิบ ๆ ว่า Okinawa World จากนั้นบัสก็เลี้ยวเข้าไปแล้วจอดเป็นอันถึงละ ทุกคนทะยอยลง

โธ่ลุง Okinawa World อยู่สุดสายรถบัสก็ไม่บอก ปล่อยให้ลุ้นตั้งนาน

ค่าโดยสารล่ะ ???? ใครอ่านมาถึงบรรทัดนี้คงสงสัย ใช่มะครับ

จากที่ทะลุ 580 เยนไปเยอะละ ปรากฏพอมาถึงสุดสาย ตัวเลขตีกลับมาที่ 580 เยน !!!!

อัยยะ นี่มันราคาเหมาจ่ายใช่มั้ยยยยยย ต้นสาย – ปลายทาง

ก่อนจากก็ถามคุณลุงอีก ขากลับขึ้นรถตรงไหนลุง แกก็ชี้โบ้ชี้เบ้เหมือนเดิมประมาณตรงนี้แหละเอ็ง รถมีสายเดียว

รีบไปซื้อบัตรเที่ยวถ้ำอย่างไว เพราะใกล้จะถึงเวลาปิดละ ที่นี่ปิด 18:00 น.
.
.
.
.
ตัดกลับมาถึงขากลับกันละ ออกจากที่นี่เป็นคนสุดท้ายตามเคย ร้านค้าปิดกันหมดละ
เดินมาถึงลานจอด เจอละบัสขากลับ มีคันเดียวแต่ปิดไฟประตูไม่เปิด ไม่มีคนรอ เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวเขาขับรถกันมาเอง สักพักมีฝรั่งเดินตามมาด้วย ค่อยยังชั่วมีเพื่อนรอบัสละ เผลอแป้บเดียวฝรั่งหาย อ้าวเฮ้ยยยย หายไปไหน !!???

แล้วบัสก็ติดเครื่องเปิดไฟ เปิดประตู คุณลุงมาตอนไหน !!!!! ก็ขึ้นรถอย่างไว พอ ๆ กะฝรั่งที่หายไปก็วิ่งขึ้นมาเหมือนกัน

บัสค่อย ๆ เคลื่อนออกจากลานจอด แล้วไปหยุดอยู่ที่ป้ายแรกหน้าทางเข้า Okinawa World พักนึง จอดรอไรลุง ลุงเป็นไรป่าว สงสัยครับ

มองตารางเวลาในมือ รอบรถ 18:35 น. แต่เวลาตอนนี้คือ 18:32 น. รออีก 3 นาทีดูซิ 🙂

18:35 น.เป้ะ คุณลุงติดเครื่องแล้วล้อหมุนทันทีเลยครับ โอ้วววววว เป้ะสุด ๆๆๆๆ เรื่องเวลาเนี่ยล้อกันเล่นไม่ได้เลยจริง ๆ

จาก Okinawa World มาถึง Naha ด้วยความปลอดภัย รอบนี้ไม่ทำรถติดละครับ 😀
.
.
.
.
ปอลิง : ด้วยความที่มาถึงซะบ่ายแก่ ๆ เลยตีตั๋วแค่เที่ยวถ้ำ กับเดินชม หมู่บ้านวัฒนธรรมเท่านั้น (Gyukusendo Cave & Kingdom Village) แต่โชว์การแสดงท้องถิ่นหมดรอบไปละ อดเข้าชม สวนงู (Habu Center) และไม่ได้ชิม ฮาบุ (Habushu (ハブ酒) หรือเหล้าดองงู  ที่นี่เขามีให้ชิมและซื้อกลับไปด้วยนะ 🙂 ตามร้านขายของที่ระทึกย่านโคคุไซ ไม่มีให้ชิมครับ

RDSCN3186

RDSCN3149

RDSCN3157

 

ถ้าใครมีเวลาและอยากมีของที่ระลึกติดมือกลับไป แนะนำว่าให้ลองไปทำแก้วโอกินาว่า เขามีโรงงานทำแก้วที่นี่และให้นักท่องเที่ยวได้ทำแก้วด้วยตัวเองทุกขั้นตอนด้วยครับ

The post เที่ยว Okinawa World ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส http://www.wayofbackpacker.com/2016/01/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-okinawa-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%aa/ Sun, 17 Jan 2016 08:38:58 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3930   เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส โอกินาว่ารอบนี้ผมไปแบบไม่เช่ารถขับนะ ก็ต้องขึ้นบัส ขึ้นโมโนเรลเดินทางไปโน่นไปนี่ สนุกดี สถานที่นอกเมืองที่ต้องนั่งบัสไปไกลจากนาฮะ ก็โน่น American Village กับ Okinawa World นั่นเลย นั่งกันเกือบ ๆ ชั่วโมงเลยนะแต่ละที่เนี่ย แต่รถไม่ติดครับ โดยใช้บัตร Okica Ic card ตลอด ก็ใช้ ๆ จนไม่แน่ใจว่าเงินในบัตรหมดรึยัง ค่ารถก็ขยับขึ้นตามจำนวนป้าย โดยดูจากเลขดิจิตอลข้างคนขับ ง่ายดีครับ สำหรับคนที่ใช้บัตร Okica ก็แต้ปตอนขึ้นรถก่อน ส่วนคนที่จ่ายเงินสดก็รับตั๋วที่บอกเลขป้ายไปถือไว้ตอนขึ้นรถ คราวนี้วันนั้น ขากลับจาก American Village มาค่ำเลย ก็คิดอยู่ละว่าเงินในบัตรไม่พอแน่ ๆ อาจต้องจ่ายเงินสดไปนะ นั่งไปเรื่อย ๆ พอรถมาถึงนาฮะ ผมนี่ลงก่อนเลย แต้ปบัตรปุ้บ เงินไม่พอตามคาด ลุงคนขับก็ใจเย็นนะบอกเติมเงินลงในบัตร ได้ เฮ้ยยยย เพิ่งรู้ว่าทำได้ด้วย !!!! ...

The post เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
12469352_835173046593128_5706937783582984731_o

 

เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส

โอกินาว่ารอบนี้ผมไปแบบไม่เช่ารถขับนะ ก็ต้องขึ้นบัส ขึ้นโมโนเรลเดินทางไปโน่นไปนี่ สนุกดี

สถานที่นอกเมืองที่ต้องนั่งบัสไปไกลจากนาฮะ ก็โน่น American Village กับ Okinawa World นั่นเลย

นั่งกันเกือบ ๆ ชั่วโมงเลยนะแต่ละที่เนี่ย แต่รถไม่ติดครับ

โดยใช้บัตร Okica Ic card ตลอด ก็ใช้ ๆ จนไม่แน่ใจว่าเงินในบัตรหมดรึยัง

ค่ารถก็ขยับขึ้นตามจำนวนป้าย โดยดูจากเลขดิจิตอลข้างคนขับ ง่ายดีครับ สำหรับคนที่ใช้บัตร Okica ก็แต้ปตอนขึ้นรถก่อน ส่วนคนที่จ่ายเงินสดก็รับตั๋วที่บอกเลขป้ายไปถือไว้ตอนขึ้นรถ

คราวนี้วันนั้น ขากลับจาก American Village มาค่ำเลย ก็คิดอยู่ละว่าเงินในบัตรไม่พอแน่ ๆ อาจต้องจ่ายเงินสดไปนะ

นั่งไปเรื่อย ๆ พอรถมาถึงนาฮะ ผมนี่ลงก่อนเลย แต้ปบัตรปุ้บ เงินไม่พอตามคาด ลุงคนขับก็ใจเย็นนะบอกเติมเงินลงในบัตร ได้

เฮ้ยยยย เพิ่งรู้ว่าทำได้ด้วย !!!! นึกว่าเติมเงินได้ที่ตู้หน้าสถานีเท่านั้น

เติมเงินใน Okica บนรถบัสได้ มีเครื่องสแกนพร้อม ความรู้ใหม่เลยนะ เจ๋งดี

ผมก็เติมเงินไปนะ เครื่องก็ตัดเงินค่ารถไปเรียบร้อย

แต่มันเสียเวลาไง เพราะผมลงคนแรก โดยมีคนอื่น ๆ ในรถลงด้วย คล้าย ๆ หมดระยะน่ะ

ผมรอดละ พอลงจากรถบัสพบว่า

รถบัสอีก 5-6 คัน เข้าป้ายไม่ได้ จอดต่อแถวยาวววววววว ต้องรอจนว่าบัสที่ผมมาจะเคลื่อนออกไป

ผมนี้ร้องเฮ้ยยยย เราทำรถติดรึเนี่ยยยยยยย

แต่ไม่มีเสียบ่น หรือ ทำหน้าหงุดหงิดจากคนขับคันอื่น ๆ เลยนะ ทุกคันไม่บีบแตรไล่ เขาคงรู้ว่ามีคนต่อแถวจ่ายเงินอยู่บนรถคันหน้า

ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เลยพูดขำขำว่า เราเป็นคนทำรถติดในโอกินาว่า

คุณลุงแกใจเย็นมากครับ ขอชื่นชม 🙂

.
.
.
ปอลิง : การจ่ายค่าโดยสารรถบัสมี 2 วิธี คือ

  1. เงินสด โดยดูเทียบราคากับตั๋วกระดาษที่ดึงมาตอนขึ้นรถ อันนี้ปกติ
  2. โดยใช้ Okica Ic card คือแต้ปตอนขึ้นรถ เครื่องจะจำ พอตอนลงก็แต้ปจ่าย เงินในบัตรก็โดนหักไป อันนี้ปกติ

อ้าวแล้วถ้าเงินใบบัตร Okica ไม่พอล่ะ ทำไง ?

  • เติมเงินในบัตรได้เลยโดยบนบัสจะมีเครื่องเติมเงิน มีพัน มีหมื่นก็เติมได้ แต่เติมแค่ที่จำเป็นก็พอ
  • เติมเงินแค่ส่วนต่างที่ขาดไปจากในบัตร ให้เท่าราคาค่าโดยสารก็ทำได้ครับ มีเหรียญ มีแบงค์ย่อย ๆ ก็ใช้ ๆ ซะ บางคนมีแบงค์ใหญ่ใบหมื่นจะเติมก็คงไม่ดีนะ ใช้อะไรนักหนา เขาไม่มีทอนนะ

The post เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
DECATHLON THAILAND http://www.wayofbackpacker.com/2015/12/decathlon-thailand/ Wed, 02 Dec 2015 11:37:09 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3900 DECATHLON  (อ่านว่า ดีแคทลอน) ชื่อนี้มีใครรู้จักบ้าง ???  สำหรับนักเดินทางผมว่าน่าจะคุ้นเคยกะชื่อนี้นะ เพราะเป็นสโตร์ยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส และมีสาขาเยอะมาก ทั่วยุโรปก็พูดได้ ร้านนี้เขาขายอุปกรณ์กีฬาแทบจะทุกประเภทในราคาสมเหตุสมผล แต่คุณภาพดีเกินราคา ในบ้านเรา Decathlon Thailand​  นั่นมีหน้าร้านมานานกว่าสิบปีแล้ว ที่บางนาทาวเวอร์ ที่เดียวในไทย พูดงี้หลายคนถึงกับร้องอ๋อออออ หลายคนเคยไป หลายคนอยากไปแต่ไม่สะดวกเพราะไกล หลายคนเลือกสั่งซื้อทางออนไลน์ แต่สโตร์นั้นเป็นของสิงคโปร์ (เหมือน apple store online บ้านเราแต่ของส่งจากสิงคโปร์) ในปีนี้เลยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อสาขาแรกและสาขาเดียวที่บางนาทาวเวอร์กำลังจะปิดตัว แล้วเปลี่ยนไปขยายสาขาในห้างโลตัส (ตอนนี้เปิดเฉพาะในกรุงเทพก่อน) เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายกว่า โดยช่วงแรกนี้ไปเปิดสาขาที่ โลตัสบางนา โลตัสพระราม 4 โลตัสรัตนาธิเบศร์ โลตัสนวมินทร์ โลตัสหลักสี่ เกริ่นประวัติร้านมาคร่าว ๆ พอละ วันนี้ผมไปเดิน DECATHLON สาขาโลตัสพระราม 4 ขอบอกว่าใหญ่มากกกกกก มากกว่าที่คิดไว้ซะอีก มีแยกหมวดหมู่กิจกรรมไว้อย่างชัดเจน แต่ที่ผมตั้งใจมาดูคือ หมวดเสื้อผ้าและอุปกรณ์เดินทาง และเดินป่า โดยเฉพาะยี่ห้อ QUECHUA อ่านว่า ...

The post DECATHLON THAILAND appeared first on Way of Backpacker.

]]>
DECATHLON  (อ่านว่า ดีแคทลอน) ชื่อนี้มีใครรู้จักบ้าง ???  สำหรับนักเดินทางผมว่าน่าจะคุ้นเคยกะชื่อนี้นะ เพราะเป็นสโตร์ยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส และมีสาขาเยอะมาก ทั่วยุโรปก็พูดได้ ร้านนี้เขาขายอุปกรณ์กีฬาแทบจะทุกประเภทในราคาสมเหตุสมผล แต่คุณภาพดีเกินราคา

ในบ้านเรา Decathlon Thailand​  นั่นมีหน้าร้านมานานกว่าสิบปีแล้ว ที่บางนาทาวเวอร์ ที่เดียวในไทย พูดงี้หลายคนถึงกับร้องอ๋อออออ หลายคนเคยไป หลายคนอยากไปแต่ไม่สะดวกเพราะไกล หลายคนเลือกสั่งซื้อทางออนไลน์ แต่สโตร์นั้นเป็นของสิงคโปร์ (เหมือน apple store online บ้านเราแต่ของส่งจากสิงคโปร์)

ในปีนี้เลยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อสาขาแรกและสาขาเดียวที่บางนาทาวเวอร์กำลังจะปิดตัว แล้วเปลี่ยนไปขยายสาขาในห้างโลตัส (ตอนนี้เปิดเฉพาะในกรุงเทพก่อน) เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายกว่า โดยช่วงแรกนี้ไปเปิดสาขาที่

  1. โลตัสบางนา
  2. โลตัสพระราม 4
  3. โลตัสรัตนาธิเบศร์
  4. โลตัสนวมินทร์
  5. โลตัสหลักสี่

เกริ่นประวัติร้านมาคร่าว ๆ พอละ วันนี้ผมไปเดิน DECATHLON สาขาโลตัสพระราม 4 ขอบอกว่าใหญ่มากกกกกก มากกว่าที่คิดไว้ซะอีก มีแยกหมวดหมู่กิจกรรมไว้อย่างชัดเจน

แต่ที่ผมตั้งใจมาดูคือ หมวดเสื้อผ้าและอุปกรณ์เดินทาง และเดินป่า โดยเฉพาะยี่ห้อ QUECHUA อ่านว่า ‘เกอร์ชู’ ไม่ใช่ เกย์ชัวร์ นะครับ 🙂

ยี่ห้อ QUECHUA (http://www.quechua.fr/) เนี่ยเป็นแบรนด์แห่งชาติของฝรั่งเศสและนิยมมากในยุโรป จะเห็นฝรั่งฝั่งยุโรปที่มาเที่ยวบ้านเราใช้ยี่ห้อนี้กันเยอะมาก ก็ของเค้าดีจริง ๆ นะ ผมก็มีใช้เหมือนกัน
คนไทยยังรู้จักยี่ห้อนี้กันน้อยอยู่ไม่เหมือนยี่ห้อฝั่งอเมริกาอย่าง Columbia, The North Face

ก็เลยมาดูว่าสินค้าในแบรนด์หลักจะมีอะไรนำมาขายบ้าง ก็เยอะนะ ทั้งเสื้อผ้า เสื้อแจ้กเก็ต รองเท้าเดินป่า เป้เดินทางขนาดใหญ่ เป้เดย์แพ็ค และอีกเยอะ เดินถ่ายรูปมาไม่หมด ที่สำคัญราคาเอื้อมถึงได้ง่าย ๆ

 

RAIMG_9449

 

RAIMG_9454

 

RAIMG_9452

 

RAIMG_9455

 

RAIMG_9456

 

RAIMG_9453

 

RAIMG_9457

 

RAIMG_9459

 

RAIMG_9458

 

RAIMG_9464

 

RAIMG_9463

 

RAIMG_9460

 

RAIMG_9461

 

RAIMG_9466

 

RAIMG_9448

 

RAIMG_9446

 

RAIMG_9447

 

RAIMG_9445

 

 

เพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาอุปกรณ์เดินทางราคาเบา ๆ แต่คุณภาพดี ลองแวะไปดูตามสาขาใกล้บ้านนะครับ

หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ก็ได้ : http://www.decathlon.co.th/

ปอลิง : พวกแจ้กเก็ต 3 in 1 หรือรุ่นที่ผมใช้อยู่ สาขาบ้านเราไม่ยักมีแฮะ ใครสนใจคงต้องสั่งจากเวปไซด์เท่านั้นล่ะ ดีตรงที่เขารวมภาษีและค่าส่งมาเรียบร้อยแล้ว ( imported from DECATHLON Singapore)

ประเทศเมืองร้อนอย่างเรา ก็เป็นงี้สินค้าหน้าหนาวแทบจะไม่ค่อยมีขาย แถมซื้อแล้วปีนึงจะได้ใช้กี่วันนะ ปีไหนไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศหน้าหนาวถือว่าขาดทุนจริง ๆ

The post DECATHLON THAILAND appeared first on Way of Backpacker.

]]>
JETSTAR โปรโมชั่น FRIDAY FARE FRENZY http://www.wayofbackpacker.com/2015/11/jetstar-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99-friday-fare-frenzy/ Fri, 13 Nov 2015 06:11:36 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3880 Jetstar Asia เป็นสายการบินที่ขยันออกโปรโมชั่นมาบ่อยมาก ชนิดที่เรียกว่า โปรเดิมยังไม่ทันได้บิน โปรใหม่ก็มาอีกแล้ว คราวนี้ก็เหมือนกันเป็นโปรโมชั่น Friday Fare Frenzy  ขายวันศุกร์เพียงวันเดียว ช้าอดหมดโปร ไปดูตัวอย่างกันดีกว่าครับ เที่ยวบินไปกลับ กรุงเทพ – ฮานอย ประเทศเวียดนาม ในโปรโมชั่นนี้ราคาตั๋วเริ่มต้นที่ 9 บาท !!!!  ย้ำ 9 บาทเท่านั้น เป็นราคาที่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายนะครับ มาดูกันเลยว่าเบ็ดเสร็จจะจ่ายที่เท่าไหร่           ช่วงเวลาเดินทาง มีเยอะมาก จากหลายเส้นทางบิน เริ่มจากกรุงเทพ และ ภูเก็ต  ปลายทาง ฮานอย โฮจิมินห์ สิงคโปร์ และ ฮ่องกง  รายละเอียดเพิ่มเติม : Jetstar Asia

The post JETSTAR โปรโมชั่น FRIDAY FARE FRENZY appeared first on Way of Backpacker.

]]>
Jetstar Asia เป็นสายการบินที่ขยันออกโปรโมชั่นมาบ่อยมาก ชนิดที่เรียกว่า โปรเดิมยังไม่ทันได้บิน โปรใหม่ก็มาอีกแล้ว คราวนี้ก็เหมือนกันเป็นโปรโมชั่น Friday Fare Frenzy  ขายวันศุกร์เพียงวันเดียว ช้าอดหมดโปร ไปดูตัวอย่างกันดีกว่าครับ

เที่ยวบินไปกลับ กรุงเทพ – ฮานอย ประเทศเวียดนาม ในโปรโมชั่นนี้ราคาตั๋วเริ่มต้นที่ 9 บาท !!!!  ย้ำ 9 บาทเท่านั้น เป็นราคาที่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายนะครับ มาดูกันเลยว่าเบ็ดเสร็จจะจ่ายที่เท่าไหร่

 

ha4

9 บาทจริง ๆ ครับ มีหลายวันด้วยนะ  ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมนะครับ

 

ha5

ขากลับก็ยังมีราคา 9 บาทอีกด้วยล่ะ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมนะครับ

 

ha6

ราคาเบ็ดเสร็จแล้วครับ ก็ Ok นะเพราะปกติฮานอยจะแพงกว่านี้

 

ha9

รายละเอียดค่าใช้จ่ายของตั๋ว 9 บาท รวมค่าธรรมเนียมแล้ว ไม๋ซื้อออฟชั่นเสริม

 

ช่วงเวลาเดินทาง มีเยอะมาก จากหลายเส้นทางบิน เริ่มจากกรุงเทพ และ ภูเก็ต  ปลายทาง ฮานอย โฮจิมินห์ สิงคโปร์ และ ฮ่องกง 

รายละเอียดเพิ่มเติม : Jetstar Asia

The post JETSTAR โปรโมชั่น FRIDAY FARE FRENZY appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เพาเวอร์แบงค์ ELOOP E13 http://www.wayofbackpacker.com/2015/11/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-eloop-e13/ Thu, 12 Nov 2015 10:09:53 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3868 คราวก่อนผมเขียนถึงเพาเวอร์แบงค์ของ eloop E17  ที่เพิ่งซื้อมาแล้ว เผอิญว่ามีเพื่อนสนใจยี่ห้อนี้เหมือนกัน แต่เขาอยากชาร์ตได้ทั้งมือถือและ iPad พร้อม ๆ กัน ซึ่ง eloop E17 ที่ผมใช้นั้นมีช่องจ่ายไฟ USB เพียงช่องเดียวเท่านั้น ก็เลยต้องหารุ่นอื่นที่ตรงกับความต้องการใช้ ซึ่งยี่ห้อ eloop นี้ก็ทำออกมาหลายรุ่น แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน แล้วผมก็เลือกรุ่นยอดนิยมที่ออกมานานแล้ว แต่ยังได้ขายดีที่สุดของยี่ห้อนี้คือรุ่น eloop E13  ที่มีความจุกำลังดี ไม่มากไปหรือน้อยไป ที่ 13,000 mAh     แกะกล่องออกมาก็เหมือนเคยครับ มีตัวเครื่อง eloop E13  อันนี้ผมสั่งสีทองให้เพื่อน มันทองตรงไหนเนี่ย นึกว่าจะทองแบบโรสโกลด์ของ iPhone ซะอีก ผิวสัมผัสดีครับ สากมือไปทั้งตัว ไม่ต้องกลัวว่าจะจับแล้วลื่นปรื้ด และมีสายชาร์ต micro USB มาให้ 1 เส้น ไม่มีหัวปลั้กมาให้นะครับ     ผิวสัมผัสรุ่น eloop ...

The post เพาเวอร์แบงค์ ELOOP E13 appeared first on Way of Backpacker.

]]>
คราวก่อนผมเขียนถึงเพาเวอร์แบงค์ของ eloop E17  ที่เพิ่งซื้อมาแล้ว เผอิญว่ามีเพื่อนสนใจยี่ห้อนี้เหมือนกัน แต่เขาอยากชาร์ตได้ทั้งมือถือและ iPad พร้อม ๆ กัน ซึ่ง eloop E17 ที่ผมใช้นั้นมีช่องจ่ายไฟ USB เพียงช่องเดียวเท่านั้น ก็เลยต้องหารุ่นอื่นที่ตรงกับความต้องการใช้ ซึ่งยี่ห้อ eloop นี้ก็ทำออกมาหลายรุ่น แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน

แล้วผมก็เลือกรุ่นยอดนิยมที่ออกมานานแล้ว แต่ยังได้ขายดีที่สุดของยี่ห้อนี้คือรุ่น eloop E13  ที่มีความจุกำลังดี ไม่มากไปหรือน้อยไป ที่ 13,000 mAh

 

IMG_9158

กล่อง eloop E13 บอกทุกอย่าง และมีสติกเกอร์ให้ขูดเอา serial code ไปเช็คในเวปด้วยครับ

 

แกะกล่องออกมาก็เหมือนเคยครับ มีตัวเครื่อง eloop E13  อันนี้ผมสั่งสีทองให้เพื่อน มันทองตรงไหนเนี่ย นึกว่าจะทองแบบโรสโกลด์ของ iPhone ซะอีก ผิวสัมผัสดีครับ สากมือไปทั้งตัว ไม่ต้องกลัวว่าจะจับแล้วลื่นปรื้ด และมีสายชาร์ต micro USB มาให้ 1 เส้น ไม่มีหัวปลั้กมาให้นะครับ

 

IMG_9151

สั่งมาเป็นสีทอง (Gold) แต่ไม่ทองอย่างที่คิด ผิวสัมผัสสากมือดีครับ ไม่ลื่นแน่ ๆ น้ำหนักกำลังดี

 

ผิวสัมผัสรุ่น eloop E13 ทำได้ดีมาก  รู้สึกถือแล้วติดมือดี ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ จับได้กระชับ และไม่หนาเทอะทะ งานประกอบเรียบร้อยแน่นหนาดี ด้านหน้าจะมีหลอดไฟบอกระดับแบตเตอรี่ 4 ดวงเหมือนรุ่นอื่น ๆ พอร์ต USB มี 2 พอร์ตแบ่งเป็น  1.0A  กับ  2.1A  สำหรับชาร์ตมือถือและ iPad หรือ tablet พร้อมกันได้

 

IMG_9160

สเปคหลังกล่อง บอกรายละเอียดการจ่ายไฟ / ชาร์ตไฟ

 

ด้วยความจุถึง 13,000 mAh เวลาชาร์ตไฟนี้แทบจะวางลืมไปเลย  เพราะใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเต็ม หลังกล่องระบุว่าชาร์ตเต็มใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง อย่างว่านะ แบตใหญ่ความจุเยอะ เวลาใช้ก็ใช้นาน เวลาชาร์ตก็ชาร์ตนานเหมือนกัน แต่ที่ชอบคือเสียบชาร์ตแล้วตัวเครื่อง eloop E13 ไม่มีความร้อนเลย  ทั้งทีทิ้งไว้หลายชั่วโมง ส่วนตัวปลั้กไฟ USB นี่ร้อน ๆ อุ่น ๆ เป็นปกติครับ

 

el

เอา serial code ไปเช็คในเวป www.szeloop.com ถ้าเป็นของแท้จะบอกอย่างนี้

 

และก็เหมือนเคยด้วยความเป็นยี่ห้อที่ขายดี โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมแบบนี้ ของปลอมย่อมทำออกมาหลอกขาย ก็ต้องเช็คด้วยการขูด Serial code ที่สติกเกอร์หน้ากล่อง โดยเช็คในเวป  www.szeloop.com  ถ้าเป็นของแท้ก็จะมีข้อความตามรูปครับ พร้อมวันที่เราลงทะเบียนไว้

 

The post เพาเวอร์แบงค์ ELOOP E13 appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เพาเวอร์แบงค์ ELOOP E17 http://www.wayofbackpacker.com/2015/11/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-eloop-e17/ Mon, 09 Nov 2015 10:38:56 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3825 เมื่อวานไปเดินกุ้กกุ้กที่งานคอมมาร์ต (commart) วันสุดท้ายที่ศูนย์สิริกิติ์ ก็ว่าจะไม่ซื้ออะไรแล้วนะ เผอิญไปเจอบูธนึงเขาเอาเจ้า เพาเวอร์แบงค์ (powerbank) ยี่ห้อ อีลูป (eloop) มาขายหลายรุ่น เห็นแล้วชอบกิเลสเลยเกิด ก็อ้างว่า sanyo eneloop ที่ผมใช้มาจะ 4 ปี ไปไหนมาไหนต้องพกติดกระเป๋าไปตลอด มันก็เก่าละ ต้องหาผู้ช่วยใหม่ซะแล้ว อุปกรณ์สามัญประจำกระเป๋าของผมและของใคร ๆ ในยุค 4G นี้     เลือกไปเลือกมาก็ได้รุ่นนี้มาแหละครับ eloop E17  ที่ขนาดบางเบาและสวยดี (powerbank นะ) ความจุไม่ต้องมากนัก ใช้กะมือถือเครื่องเดียว 10,000 mAh ก็เหลือ ๆ ละ อีกอย่าง ถ้าความจุเยอะ ระยะการชาร์ตตัวมันก็นานตามไปด้วยหลายชั่วโมงอยู่     ก็ไม่รู้ว่ายี่ห้อ eloop ของจีนมันจะดีมั้ย เพราะดันชื่อคล้าย ๆ กับ sanyo eneloop ยี่ห้อเดิมที่ใช้ผมอยู่  (ตอนนี้ขายสิทธิ์ไปให้ ...

The post เพาเวอร์แบงค์ ELOOP E17 appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เมื่อวานไปเดินกุ้กกุ้กที่งานคอมมาร์ต (commart) วันสุดท้ายที่ศูนย์สิริกิติ์ ก็ว่าจะไม่ซื้ออะไรแล้วนะ เผอิญไปเจอบูธนึงเขาเอาเจ้า เพาเวอร์แบงค์ (powerbank) ยี่ห้อ อีลูป (eloop) มาขายหลายรุ่น เห็นแล้วชอบกิเลสเลยเกิด ก็อ้างว่า sanyo eneloop ที่ผมใช้มาจะ 4 ปี ไปไหนมาไหนต้องพกติดกระเป๋าไปตลอด มันก็เก่าละ ต้องหาผู้ช่วยใหม่ซะแล้ว อุปกรณ์สามัญประจำกระเป๋าของผมและของใคร ๆ ในยุค 4G นี้

 

12234898_806056792838087_3792262511135711014_n

กล่องสวยดี บอกข้อมูลครบ ชื่อยี่ห้อ ชื่อรุ่น ความจุแบต ตรงสันกล่องเป็น serial code ไว้เช็คกับเวปไซด์

 

เลือกไปเลือกมาก็ได้รุ่นนี้มาแหละครับ eloop E17  ที่ขนาดบางเบาและสวยดี (powerbank นะ) ความจุไม่ต้องมากนัก ใช้กะมือถือเครื่องเดียว 10,000 mAh ก็เหลือ ๆ ละ อีกอย่าง ถ้าความจุเยอะ ระยะการชาร์ตตัวมันก็นานตามไปด้วยหลายชั่วโมงอยู่

 

12191556_806056806171419_6096092102920852476_n

ขนาดบางและเบา วัสดุทำจากอลูมิเนียม แบตเป็นลิเธียมโพลิเมอร์

 

ก็ไม่รู้ว่ายี่ห้อ eloop ของจีนมันจะดีมั้ย เพราะดันชื่อคล้าย ๆ กับ sanyo eneloop ยี่ห้อเดิมที่ใช้ผมอยู่  (ตอนนี้ขายสิทธิ์ไปให้ panasonic ละ)  เช็คในเวปไซด์ของ eloop นี้แล้วก็ดูน่าเชื่อถือนะ ไม่ใช่ยี่ห้อโนเนมไก่กาแบบที่ขายตามตลาดนัด แบบนั้นผมไม่กล้าซื้อมาลอง แม้จะราคาถูกแต่กลัวมันจะระเบิดน่ะ  และมันคงจะเป็นสินค้าที่ขายดีมากแน่ ๆ  มากจนมีของปลอมทำออกมาขาย เขาว่างั้นนะ

 

11251620_1050322354989458_1841252737441570615_n

ขูดหาเลขเบา ๆ นะครับ

 

ทางผู้ผลิตเลยให้เราสามารถเช็คจาก serial code ที่สติกเกอร์ข้างกล่อง ในเวปไซด์  www.szeloop.com  เพื่อดูว่าเป็นของแท้รึเปล่า ซึ่ง E17 ของผมนี้ก็เป็นของแท้ ก็น่าเชื่อถือได้นะ งานประกอบเรียบร้อย สวยงาม ชอบตรงที่น้ำหนักเบา  ส่วนใช้งานดีรึเปล่า แล้วจะมาเล่าให้ฟังในคราวต่อไปนะครับ ของแบบนี้ต้องดูกันยาว ๆ เพราะ sanyo eneloop ของผมยังใช้มาถึงวันนี้เป็นปีที่ 4 เซลล์แบตก็ยังไม่เสื่อมเลย (แต่ราคามันก็ซื้อ eloop อันนี้ได้หลายอันนะ สมราคาแล้วล่ะ)

 

el

เอา serial code ไปลงทะเบียนในเวป www.szeloop.com ถ้าเป็นของแท้ จะบอกแบบนี้

 

  • งานประกอบเรียบร้อย หนาแน่นดีมาก ใช้วัสดุอลูมิเนียม ดูหรูดี
  • น้ำหนักเบา และมีความบาง เพราะใช้แบตแบบลิเธี่ยมโพลิเมอร์  ไม่เป็นภาระเวลาเดินทาง
  • ช่องเสียบ USB มีเพียง 1 ช่อง ปล่อยกระแสที่ 2.1 mA ชาร์ตได้ทั้งมือถือ iPad และ tablet
  • ตัวเครื่องไม่มีปุ่มใดใดเลย การใช้งานก็แค่ เสียบสาย USB เครื่องก็พร้อมทำงานทันที
  • หากต้องการทราบสถานะของแบตเตอรี่ว่าเหลือแค่ไหน จากทั้งหมด 4 ดวงไฟ ก็แค่ ‘เขย่า’ เครื่องเบา ๆ ก็จะแสดงสถานะดวงไฟให้รู้ และ ตอนที่ชาร์ตมือถืออยู่ เครื่องก็แสดงดวงไฟบอกเหมือนกัน
  • สามารถเช็ค serial code ที่มากับสติกเกอร์ข้างกล่อง ในเวปไซด์ www.szeloop.com  เพื่อเช็คว่าของแท้หรือไม่ อันนี้ที่ผมซื้อมา ของแท้สบายใจ
  • ภายในกล่องให้มาแค่ ตัวเครื่องเพาเวอร์แบงค์ กะสายชาร์ตเท่านั้น ไม่มีหัวปลั้กไฟ USB มาให้ ผมก็ต่อกับ USB power adapter ของ apple ชาร์ตไฟได้
  • ระยะเวลาการชาร์ตเพาเวอร์แบงค์ ผมชาร์ตตอนที่ไฟสถานะเหลือดวงเดียว จาก 4 ดวง ( 25% – 100%)  ไม่ควรใช้จนไฟเกลี้ยงนะ  จากดวงเดียวนั้น ใช้เวลาประมาณ ไม่ถึง 6 ชั่วโมงก็เต็ม 100%  (ไฟ 4 ดวงเต็ม) แบตไม่ร้อนขณะกำลังชาร์ตด้วยแฮะ ถ้าเป็นรุ่นที่มีความจุมากกว่าก็นานขึ้นอีก

The post เพาเวอร์แบงค์ ELOOP E17 appeared first on Way of Backpacker.

]]>
ASUS EeeBook X205TA http://www.wayofbackpacker.com/2015/10/asus-eeebook-x205ta/ Wed, 28 Oct 2015 09:34:00 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3764 มีใครไปเที่ยวแล้วพก คอมพิวเตอร์แลปท้อป (laptop computer) หรือที่เราเรียกติดปากว่า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค (notebook computer) ติดกระเป๋าไปด้วยรึเปล่าครับ ??? ทุกครั้งที่เดินทางไปไหน ผมจะพกแค่  iPad ไว้เพื่อดูแผนที่ google map และใช้เป็นฮาร์ทไดร์ไว้สำหรับแบคอัพภาพจากกล้อง กับใช้เล่นโซเชียลแค่นั้น แต่หลาย ๆ ครั้งอยากเขียนอะไรที่ไปพบเจอมาตามประสาคนอยากเล่าในเวปไซด์ แบบไม่ต้องรอกลับมาเปิดคอมที่บ้าน เพราะป่านนั้นคงไม่ว่าง หรือไม่มีอารมณ์จะเขียนแล้ว ซึ่ง  iPad มันทำไม่ได้ หรืออาจได้แต่ไม่สะดวกนัก ตอนนี้ก็เลยมีความคิดว่า จะพกแลปท้อปไปด้วยดีมั้ย จะกลายเป็นภาระไปมั้ยนะ  ??? ก็มีเพื่อน ๆ แนะนำว่าไหน ๆ ก็มี iPad แล้วก็แค่ซื้อคีบอร์ดแบบ bluetooth มาใช้ก็จบละ แต่พอไปดูมา ราคาไม่ใช่น้อย ๆ เลย แบบถูก ๆ ก็กลัวว่าจะไม่ทนมือแน่นอน คีบอร์ด bluetooth ต้องใส่ถ่านอีก ที่สำคัญคือมันไม่สวย ครั้นจะซื้อ case iPad แบบที่มีคีบอร์ดในตัวก็มีให้เลือกน้อยเหลือเกิน ไม่ถูกใจ ...

The post ASUS EeeBook X205TA appeared first on Way of Backpacker.

]]>
มีใครไปเที่ยวแล้วพก คอมพิวเตอร์แลปท้อป (laptop computer) หรือที่เราเรียกติดปากว่า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค (notebook computer) ติดกระเป๋าไปด้วยรึเปล่าครับ ???

ทุกครั้งที่เดินทางไปไหน ผมจะพกแค่  iPad ไว้เพื่อดูแผนที่ google map และใช้เป็นฮาร์ทไดร์ไว้สำหรับแบคอัพภาพจากกล้อง กับใช้เล่นโซเชียลแค่นั้น

แต่หลาย ๆ ครั้งอยากเขียนอะไรที่ไปพบเจอมาตามประสาคนอยากเล่าในเวปไซด์ แบบไม่ต้องรอกลับมาเปิดคอมที่บ้าน เพราะป่านนั้นคงไม่ว่าง หรือไม่มีอารมณ์จะเขียนแล้ว ซึ่ง  iPad มันทำไม่ได้ หรืออาจได้แต่ไม่สะดวกนัก ตอนนี้ก็เลยมีความคิดว่า จะพกแลปท้อปไปด้วยดีมั้ย จะกลายเป็นภาระไปมั้ยนะ  ???

ก็มีเพื่อน ๆ แนะนำว่าไหน ๆ ก็มี iPad แล้วก็แค่ซื้อคีบอร์ดแบบ bluetooth มาใช้ก็จบละ แต่พอไปดูมา ราคาไม่ใช่น้อย ๆ เลย แบบถูก ๆ ก็กลัวว่าจะไม่ทนมือแน่นอน คีบอร์ด bluetooth ต้องใส่ถ่านอีก ที่สำคัญคือมันไม่สวย ครั้นจะซื้อ case iPad แบบที่มีคีบอร์ดในตัวก็มีให้เลือกน้อยเหลือเกิน ไม่ถูกใจ

ตัวเลือกที่ดีที่สุดก็ยังไม่พ้น laptop computer วันยังค่ำ แต่โจทย์ของผมต้องการแค่เขียนบล้อค ทำงานเอกสารนิด ๆ หน่อย ๆ แต่งภาพถ่ายลงบล้อค ไม่เล่นเกม ไม่ดูหนัง สเปคแลปท้อปจึงไม่จำเป็นต้องเทพ ขอแค่ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา แบตอยู่ได้นาน และราคาต้องไม่แรงเกินไป แล้วผมก็เจอกับ ASUS  EeeBook X205TA

 

as

 

ASUS EeeBook X205TA เรียกว่าเป็น เน็ตบุ้ค (netbook)  มีขนาดเล็กกว่าแลปท้อป เพราะมีหน้าจอเพียง 11 นิ้ว รูปทรงเพียวบาง น้ำหนักตัวไม่ถึง 1 กิโลกรัม แถมยังมี Windows 8.1 Bing  ติดมากับเครื่องด้วยไม่ต้องไปติดตั้งเพิ่มต่างหาก และรองรับการอัพเกรดเป็น Windows 10 ได้ด้วยนะ มันช่างดีอะไรเช่นนี้ แถมยังมาพร้อมกับ Office 365  ฟรีปีแรกด้วย ที่สำคัญราคาค่าตัว รวมกับซอฟแวร์ และระบบปฏิบัติการที่ให้มายังอยู่ในหลักพันเท่านั้น

ด้วยความที่สเปกเบา ๆ และราคาน่าสนใจแบบนี้ ผมเลยเรียกว่าเป็น Low cost Netbook for Traveler ที่น่าใช้ที่สุดรุ่นนึง จากที่ได้ลองเอาไปใช้ทำงานนอกบ้าน ในร้านกาแฟตามสมัยนิยม โดยไม่เอาสายชาร์ตติดไปด้วย เพราะอยากรู้ว่า สเปกตามคู่มือ กับรีวิวเมืองนอกบอกไว้ว่าแบตอึดมาก สามารถใช้ได้ถึง 10 ชั่วโมงต่อการชาร์ตเต็ม 1 ครั้ง มันจริงมั้ย ซึ่งก็สอบผ่านตามการใช้งานของผม  คือ ต่อ wifi แล้วเปิดเวป เขียนบล้อค โดยเปิดเครื่องไว้ตลอด

 

medium-480-04_asuseeebookx205ta-snap

 

พบว่าเครื่องไม่ร้อน ไม่แฮงค์ และไม่อืด ซึ่งก็น่าพอใจ แถมหน้าตาเครื่องก็ดูดีไม่ขี้เหร่ด้วย เอาไปเปิดใช้ในร้านกาแฟไม่รู้สึกขัดเขินอะไร เรื่องการใช้งานแรก ๆ จะยังไม่ชินกับแผงคีบอร์ดนัก พิมพ์ผิดบ่อยเหมือนกัน เพราะมันไม่ใช่ full keyboard แบบแลปท้อปและยังมีขนาดเล็กกว่า ต้องใช้เวลาให้คุ้นมืออีกนิด

update ล่าสุด ผมอัพเกรดเป็น Windows 10 (32 bit) ไปแล้วไม่มีอาการแฮงค์หรือเรียกหาไดรเวอร์ ทุกอย่างทำงานได้ตามปกติทุกฟังชั่น

 

win10

 

สำหรับทริประยะสั้น ๆ ไม่กี่วัน ผมยังคงจะเอา iPad ไปใช้เหมือนเดิม เดี่ยวก็กลับบ้านมาเขียนบล้อคก็ได้ ส่วน ASUS EeeBook X205TA เครื่องนี้ไว้สำหรับเดินทางทางนาน ๆ หลายวัน จะได้มีเรื่องให้อัพเดทเรื่อย ๆ ระหว่างเที่ยว และยังถือไปใช้ในร้านกาแฟตามเทรนด์ทุกวันนี้อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

The post ASUS EeeBook X205TA appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เที่ยวเมืองบาธ อังกฤษ BATH ENGLAND http://www.wayofbackpacker.com/2015/08/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%98-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/ Sat, 22 Aug 2015 13:35:10 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3614 บาธ (BATH) เป็นเมืองที่เราเดินทางต่อ หลังจากที่แวะเที่ยวเมืองซาลส์บิวรี่ (Salisbury) เพื่อไปดู Stonehenge ในวันเดียวกัน ผมได้จองที่พักที่เมืองบาธไว้เรียบร้อยแล้ว โดยขึ้นรถไฟจากสถานี Salisbury ปลายทางที่สถานีบาธสปา (Bath Spa)  ซึ่งหากจะนั่งรถไฟตรงจากลอนดอนมาที่เมืองบาธรวดเดียว ก็สามารถทำได้โดยไปขึ้นรถไฟที่สถานี แพดดิงตัน (Paddington) ปลายทางสถานี บาธสปา (Bath Spa)  ตอนแรกกะว่าจะหลับไปซะตื่นนึงบนรถ แต่แล้วก็ไม่ได้หลับเพราะวิวข้างทางสวยมาก หลับไม่ลงเลยครับ ใช้เวลาไม่นานรถไฟก็เทียบชานชาลาสถานีบาธสปา (Bath Spa) เรามาถึงเมืองบาธเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สถานีรถไฟในเมืองต่าง ๆ ของอังกฤษไม่ได้อยู่ไกลจากย่านชุมชนเลยครับ แค่เดินออกจากสถานีก็พร้อมเที่ยวได้เลย ที่บาธก็เหมือนกัน ตอนที่มาถึงแม้จะบ่ายแก่ ๆ แล้วก็ตามแต่เพราะยังเป็นฤดูซัมเมอร์ของที่นี่ ดวงอาทิตย์เลยต่อเวลาให้เราได้เดินเที่ยวสำรวจเมืองได้อีกพักใหญ่ ๆ แม้ร้านค้าจะเริ่มทยอยปิดแล้วก็ตาม ด้วยความที่บาธ เป็นเมืองเล็ก แต่มีศักดิ์ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจาก UNESCO และ ENGLISH HERITAGE เพราะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่งในโลก โดยเฉพาะเรื่องสถาปัตยกรรมของชาวโรมัน และที่นี่เองมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดสปาแห่งแรกในโลก คือ Roman Bath นอกจาก Roman ...

The post เที่ยวเมืองบาธ อังกฤษ BATH ENGLAND appeared first on Way of Backpacker.

]]>
บาธ (BATH) เป็นเมืองที่เราเดินทางต่อ หลังจากที่แวะเที่ยวเมืองซาลส์บิวรี่ (Salisbury) เพื่อไปดู Stonehenge ในวันเดียวกัน ผมได้จองที่พักที่เมืองบาธไว้เรียบร้อยแล้ว โดยขึ้นรถไฟจากสถานี Salisbury ปลายทางที่สถานีบาธสปา (Bath Spa) 

ซึ่งหากจะนั่งรถไฟตรงจากลอนดอนมาที่เมืองบาธรวดเดียว ก็สามารถทำได้โดยไปขึ้นรถไฟที่สถานี แพดดิงตัน (Paddington) ปลายทางสถานี บาธสปา (Bath Spa) 

RWP_001859 (2)

มารอรถไฟที่สถานี Salisbury เพื่อจะไป Bath แล้วครับ

RWP_001862

บนรถไฟมีบริการขายขนม และ starbucks ด้วยล่ะ

ตอนแรกกะว่าจะหลับไปซะตื่นนึงบนรถ แต่แล้วก็ไม่ได้หลับเพราะวิวข้างทางสวยมาก หลับไม่ลงเลยครับ ใช้เวลาไม่นานรถไฟก็เทียบชานชาลาสถานีบาธสปา (Bath Spa) เรามาถึงเมืองบาธเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

RDSC_4557

บรรยากาศสถานีบาธสปา (Bath Spa)

สถานีรถไฟในเมืองต่าง ๆ ของอังกฤษไม่ได้อยู่ไกลจากย่านชุมชนเลยครับ แค่เดินออกจากสถานีก็พร้อมเที่ยวได้เลย ที่บาธก็เหมือนกัน ตอนที่มาถึงแม้จะบ่ายแก่ ๆ แล้วก็ตามแต่เพราะยังเป็นฤดูซัมเมอร์ของที่นี่ ดวงอาทิตย์เลยต่อเวลาให้เราได้เดินเที่ยวสำรวจเมืองได้อีกพักใหญ่ ๆ แม้ร้านค้าจะเริ่มทยอยปิดแล้วก็ตาม

RWP_001890

หน้าสถานีรถไฟ Bath Spa มีแท้กซี่บริการด้วยครับ แต่ดูจากยี่ห้อแล้ว ราคาน่าจะแรง

ด้วยความที่บาธ เป็นเมืองเล็ก แต่มีศักดิ์ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจาก UNESCO และ ENGLISH HERITAGE เพราะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่งในโลก โดยเฉพาะเรื่องสถาปัตยกรรมของชาวโรมัน และที่นี่เองมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดสปาแห่งแรกในโลก คือ Roman Bath

RDSC_4298

ฝายกั้นน้ำรูปเกือกม้า แม่น้ำเอวอน (Avon River)

RDSC_4299

สวยงามจริง ๆ ครับ ฝายกั้นน้ำที่นี่

RDSC_4457

สะพานพัลต์นีย์ (Pulteney Bridge) หนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในโลก

นอกจาก Roman Bath จะเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปชมแล้ว ที่บาธยังมี สะพานพัลต์นีย์ (Pulteney Bridge) ที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง และยังเป็นสะพานเก่าแก่ไม่กี่แห่งในโลก ที่มีสิ่งปลูกสร้างเป็นร้านค้ายาวตลอดบนตัวสะพาน จะเรียกว่าเป็นสะพาน หรือห้องแถวดีเนี่ย

RWP_001891 (2)

Anabelle’s เป็นบ้านอังกฤษที่ดัดแปลงเป็นที่พัก เราจองที่นี่ไว้

หลังจากเช็คอินที่  Anabelle’s  เรียบร้อย ก็ได้เวลาออกเดินสำรวจเมืองกันแล้ว เมืองนี้เหมาะที่จะเดินเล่นมากครับ เพราะอากาศดีมาก เป็นเมืองที่โอบล้อมด้วยหุบเขา เท่าที่สังเกตุเหมือนที่นี่ไม่มีรถเมล์ คนที่นี่ใช้รถส่วนตัว กับจักรยาน และการเดินกันเป็นส่วนใหญ่ ว่าแล้วก็เดินไปด้วยกันเลยครับ

RDSC_4294

ออกจากสถานีรถไฟ Bath Spa เดินมาก็เจอมุมนี้ครับ

RDSC_4311

เขาจอดรถกันริมถนนหน้าตึกกันแบบนี้ตลอดแนว

RDSC_4315

อาคารสองฝั่งยังกะฝาแฝดเลยครับ

RDSC_4313

ที่ลอนดอนมี Barclays Bike ที่บาธมี Bike in Bath

RDSC_4352

บ้านเมืองที่นี่เขาสวยมากเลย

RDSC_4407

ถึงจะเป็นเมืองเก่าและไกล แต่ไม่ล้าสมัยนะครับ ลอนดอนมีย่านช้อปปิ้ง ที่บาธก็มีเหมือนกัน

RDSC_4382

เดินมาเรื่อย ๆ ไม่รู้อยู่ตรงไหนละ เพลินกับบ้านเมืองนี้จริง ๆ

RDSC_4387

อาคารที่สร้างยาวเป็นครึ่งวงกลมนี้ คือ อาคาร The Royal Crescent

RDSC_4372

อาคารที่สร้างต่อกันเป็นวงกลม คล้ายวงเวียนเรียก The Circus

RDSC_4374

The Circus คือตึกแถว 3 ตึกที่สร้างเรียงต่อกันเป็นวงกลม

RDSC_4349

ไม่ต้องกลัวว่าจะหลง เพราะจะมีแผนที่แบบนี้ตามแยกต่าง ๆ ให้เรารู้ว่าตอนนี้อยู่ไหน ถ้าดูแผนที่เป็นยิ่งสบายเลยครับ

RDSC_4402

เดินมาเรื่อย ๆ ก็มาเจอสวนสาธารณะ Royal Victoria Park

RDSC_4399

เดินเล่นในสวนสาธารณะ Royal Victoria Park ที่นี่กว้างมากครับ

RDSC_4397

ขนาดเป็นสวนสาธารณธยังมีรถมาจอดกันยาวววววววววว

RDSC_4331

เดินต่อไปเรื่อย ๆ มาอยู่ตรงไหนแล้วก็ไม่รู้ ฟ้าใกล้มืดแล้ว ที่จริงตอนนี้คือเวลา 20:00 ของที่นั่น

หลังจากที่ได้ใช้เวลาตั้งแต่มาถึงเมืองบาธ ไปหลายชั่วโมงในการเดินสำรวจเมืองช่วงเย็นถึงค่ำ พบว่าเป็นเมืองที่เงียบสงบมาก อาจเพราะเป็นเวลาปิดทำการของห้างร้านไปแล้ว แต่ด้วยท้องฟ้ายังไม่มืด ก็เลยยังเดินได้เรื่อย ๆ รู้สึกปลอดภัย แต่กว่าจะหาทางกลับมาที่พักได้ก็ต้องดูแผนที่เมืองกันหลายรอบเลย

คืนนี้นอนพักเอาแรกก่อน พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ จะออกเที่ยวเมืองตั้งแต่เช้าเลย

RDSC_4539

สัญลักษณ์ของ World Heritage เป็นเครื่องรับรองว่าเป็นมรดกโลกครับ

RDSC_4529

วันหยุดนี้ ในเมืองคึกคักมาก คนมาจากไหนกัน ผิดกับเมื่อวานเลย

RDSC_4521

มีซุ้มขายผลไม้ตามทางด้วย

RDSC_4554

ซุ้มขายดอกไม้ตรงนี้สวยมาก ทำเลดี อยู่ใกล้ ๆ แผนที่เมืองและร้านแบรนด์ดัง

RDSC_4536

Ben’s Cookies ก็มีสาขาที่บาธด้วย ถ้าใครมาต้องแวะครับ อร่อยดี

RDSC_4545

ฝรั่งนี้ชอบแดดจริง ๆ ม้านั่งไม่ว่างเลย

RDSC_4482

บรรยากาศย่านช้อปปิ้งกลางเมือง

RDSC_4484

สถานที่สำคัญอย่าง Roman Bath ต้องซื้อบัตรเข้าชม มีเจ้าหน้าอยู่หน้าทางเข้า

RDSC_4493

ดนตรีเปิดหมวก แต่ละคนนี่มืออาชีพทั้งนั้น ยิ่งทำให้เมืองมีสีสันมากขึ้น

RDSC_4515

เจอรถขนเบียร์สิงห์ด้วย Imported from THAILAND

RDSC_4553

ตามตรอกซอกซอย ถังแดง ๆ นี้เป็นถังขยะของร้านอาหารครับ

RDSC_4473

หลบมานั่งพักจิบกาแฟในคาเฟ่ Time Out มีโอบาม่า กับ ควีนอลิสเบตที่ 2 ต้อนรับ ร้านนี้เค้กอร่อยมากครับ แนะนำ ๆ

RDSC_4443

เดินต่อไปที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ สะพาน Pulteney Bridge

RDSC_4446

สะพาน Pulteney Bridge ส่วนโบสถ์ที่อยู่ไกล ๆ คือ St.Michael Church

RDSC_4480

มีรถบัส Bath Hop on Hop off บริการด้วย ในภาพคือวิหาร Bath Abbey Tower

RDSC_4556

หลังจากเช็คเอาท์จากที่พัก ก็ได้เวลาเดินทางกลับลอนดอนแล้วครับ

RDSC_4573

อีกภาพก่อนจากลาครับ ไว้มีโอกาสจะกลับมาเที่ยวใหม่

RWP_001928

นั่งรถไฟยิงยาวจาก Bath ไป London เลยครับ ค่าโดยสารแพงไม่ใช่เล่นเหมือนกัน

RDSC_4589

ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสองชั่วโมง ก็มาถึงสถานีแพดดิงตัน Paddington แล้วครับ

สำหรับใครที่มาเที่ยวประเทศอังกฤษ ขอแนะนำให้มาเที่ยวที่เมืองบาธ (BATH) แล้วจะหลงรักเมืองเล็กในหุบเขาแห่งนี้ ถ้าให้ดีควรพักค้างคืนอย่างน้อย ๆ ก็ 1 คืน จะได้ไม่ต้องรีบไปรีบกลับ เพราะจะไม่คุ้มค่ารถไฟ เที่ยวชิล ๆ เดินชมเมืองไปเรื่อย ๆ อากาศดีดีแบบนี้รับรองว่า มาอังกฤษคราวหน้าต้องอยากกลับมาอีกแน่ ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

The post เที่ยวเมืองบาธ อังกฤษ BATH ENGLAND appeared first on Way of Backpacker.

]]>
แบกเป้เที่ยวบาหลี http://www.wayofbackpacker.com/2015/08/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/ Thu, 20 Aug 2015 09:50:41 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3568 ‘บาหลี (Bali)’ ชื่อนี้ได้ฟังแล้ว ภาพจากหนังโรแมนติคเรื่อง ‘Eat Pray Love’ ที่จูเลีย โรเบิร์ต แสดงนำเมื่อหลายปีก่อนก็ลอยขึ้นมาทันที ภาพเมืองบาหลี ถ่ายทอดลงในหนังเรื่องนี้ชวนให้อยากไปสัมผัสสักครั้ง เหตุผลง่าย ๆ เพียงแค่นี้เท่านั้นเองครับ คือที่มาของทริป แบกเป้เที่ยวบาหลี บาหลี เป็นเกาะหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย การเดินทางก็แสนง่ายดาย เพราะไม่ต้องขอวีซ่า มีเพียงพาสปอร์ตไทยก็เดินตัวปลิวได้แล้ว และการเดินทางจากบ้านเรา ผมใช้บริการสายการบิน Airasia บินตรงจากดอนเมือง ไปลงสนามบิน เดนบาซาร์ (Denpasar International Airport) หรือเรียกอีกชื่อคือ สนามบินงูระห์ไร (Ngurah Rai International Airport) ผมว่าเรียกสนามบิน เดนบาซาร์จะคุ้นหูกว่า  เที่ยวบินจากดอนเมืองไปบาหลีนั้นบินกันตั้งแต่เช้าตรู่ครับ เรียกว่าเคาเตอร์แอร์เอเซียเปิดปุ้บก็ไปเข้าคิวเช็คอินกันเลย ผมไม่ได้ทำเวปเช็คอินมาล่วงหน้า เพราะกะว่าจะขอให้คุณเจ้าหน้าที่เป็นคนเลือกที่นั่งให้ดีกว่า ไปบาหลีครั้งนี้ ผมไปด้วยเป้ขนาด cabin size เลยไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำหนักเพื่อโหลดกระเป๋าไป แอร์เอเซีย ใช้เครื่องบิน AIRBUS รุ่น A320-200 รุ่นยอดนิยม ไม่เล็กไม่ใหญ่ ระยะห่างระหว่างเบาะอาจจะน้อยไปนิดสำหรับคนขายาวอย่างผม ...

The post แบกเป้เที่ยวบาหลี appeared first on Way of Backpacker.

]]>
‘บาหลี (Bali)’ ชื่อนี้ได้ฟังแล้ว ภาพจากหนังโรแมนติคเรื่อง ‘Eat Pray Love’ ที่จูเลีย โรเบิร์ต แสดงนำเมื่อหลายปีก่อนก็ลอยขึ้นมาทันที ภาพเมืองบาหลี ถ่ายทอดลงในหนังเรื่องนี้ชวนให้อยากไปสัมผัสสักครั้ง เหตุผลง่าย ๆ เพียงแค่นี้เท่านั้นเองครับ คือที่มาของทริป แบกเป้เที่ยวบาหลี

บาหลี เป็นเกาะหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย การเดินทางก็แสนง่ายดาย เพราะไม่ต้องขอวีซ่า มีเพียงพาสปอร์ตไทยก็เดินตัวปลิวได้แล้ว และการเดินทางจากบ้านเรา ผมใช้บริการสายการบิน Airasia บินตรงจากดอนเมือง ไปลงสนามบิน เดนบาซาร์ (Denpasar International Airport) หรือเรียกอีกชื่อคือ สนามบินงูระห์ไร (Ngurah Rai International Airport) ผมว่าเรียกสนามบิน เดนบาซาร์จะคุ้นหูกว่า 

RIMG_7957

e-booking พริ้นมาจากบ้าน

เที่ยวบินจากดอนเมืองไปบาหลีนั้นบินกันตั้งแต่เช้าตรู่ครับ เรียกว่าเคาเตอร์แอร์เอเซียเปิดปุ้บก็ไปเข้าคิวเช็คอินกันเลย ผมไม่ได้ทำเวปเช็คอินมาล่วงหน้า เพราะกะว่าจะขอให้คุณเจ้าหน้าที่เป็นคนเลือกที่นั่งให้ดีกว่า ไปบาหลีครั้งนี้ ผมไปด้วยเป้ขนาด cabin size เลยไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำหนักเพื่อโหลดกระเป๋าไป

RIMG_7956

ขนาดเป็นไฟล์เช้า คนก็เยอะครับ

RIMG_7964

ได้ boarding pass มาแล้วครับ ที่นั่ง 25A ติดหน้าต่างด้วยล่ะ เครื่องออก 6 โมงเช้า

RIMG_7963

เครื่องจอดรอที่เกต 24 ครับ ทางเดินเช้านี้โล่งจริง ๆ

RIMG_7965

ตอนนี้อยู่บนเครื่อง A320-200 แล้วครับ ไม่แคบอย่างที่คิด

แอร์เอเซีย ใช้เครื่องบิน AIRBUS รุ่น A320-200 รุ่นยอดนิยม ไม่เล็กไม่ใหญ่ ระยะห่างระหว่างเบาะอาจจะน้อยไปนิดสำหรับคนขายาวอย่างผม คือเกือบชนเบาะหน้า แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัด ระยะเวลาบินจากดอนเมือง ถึงบาหลี ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้น และอย่าลืมปรับเวลานาฬิกาด้วย เพราะบาหลีเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมงครับ นั่ง ๆ หลับ ๆ ก็ถึงสนามบินเดนบาซาร์เป็นที่ปลอดภัย

RIMG_7970

แสงแรกของเช้านี้ครับ

IMG_7986

มาถึงสนามบินเดนบาซาร์ บาหลีแล้วครับ

RIMG_7987

มี wifi free ให้ใช้ตามมาตรฐานสนามบิน

RIMG_7985

ที่นี่ใช้ชื่อ สนามบิน งูระห์ไร (Ngurah Rai International Airport)

RIMG_7991

ด้านหน้าสนามบินครับ ผิดกับที่ผมคิดไว้มาก ใหญ่โตและสวยมาก

ตรวจคนเข้าเมืองที่นี่ ไม่ถามอะไรสักคำ พลิกพาสปอร์ตไปมาแล้วก็ประทับตรา เป็นอันจบพิธีเข้าเมืองบาหลีอย่างถูกต้อง และด้วยความที่ไม่ได้โหลดกระเป๋า ทำให้ไม่ต้องไปเสียเวลารอที่สายพาน ก็เดินเล่นดูสนามบินไปเรื่อย ๆ สำหรับใครที่ไม่ได้แลกเงินมา ก็แลกเพียงเล็กน้อยที่เคาเตอร์แลกเงินในสนามบินก่อนละกันครับ แล้วพอเข้าเมืองก็ค่อยไปหาแลกตามร้านรับแลกเงินจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า

หน่วยเงินที่ใช้ในประเทศอินโดนิเซียคือ รูเปีย  – Indonesian Rupiah (IDR) 

RIMG_8065

หน้าตาเงินรูเปีย Indonesian Rupiah (IDR) ดูจากตัวเลขศูนย์แล้วเหมือนจะรวย

ส่วนเรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตมือถือ ระหว่างที่เที่ยวอยู่ที่บาหลี  ผมไปซื้อ ซิมการ์ดที่ร้านขายโทรศัพท์ระหว่างทางที่เข้าเมืองครับ ซื้อขายกันก็ไม่ยาก เพราะมี package internet ให้เลือกเหมือน ๆ กับบ้านเรา ว่าจะใช้เท่าไหร่ ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยครับ ผมใช้ซิมยี่ห้อ SimPATI  ซื้อแล้วก็ให้คนขายทำการ activate sim ที่ร้านเลย แป้บเดียวเท่านั้น แค่นี้ก็ไม่พลาดการสื่อสารกับโลกโซเชียลละ 

RIMG_8036

simPATI ที่ใช้เล่นอินเตอร์เน็ตในบาหลีครับ

แลกเงินแล้ว มีอินเตอร์เน็ตมือถือใช้แล้ว ที่เหลือก็คือเดินทางจากสนามบินไปที่พัก และออกเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ บนเกาะบาหลีได้เลยครับ

คราวหน้าจะมารีวิวเรื่องที่พักของทริปบาหลีให้อ่านกันครับ

 

The post แบกเป้เที่ยวบาหลี appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เที่ยวญี่ปุ่น ด้วยเป้ cabin size http://www.wayofbackpacker.com/2015/07/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89-cabin-size/ Tue, 21 Jul 2015 09:42:03 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3505 ไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ เมื่อต้องถ่ายของออกจากเป้เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วมันเกินมาเกือบ 3 กก. ในขณะที่เค้าเตอร์เช็คอินกำลังจะปิด !!!! มาโตเกียวรอบนี้บินกับ Thai AirAsia X (TAAX) ด้วยเป้ขนาด cabin size ใบเดียว  ขาออกจากดอนเมืองไม่ได้ชั่งน้ำหนักก็สะพายขึ้นเครื่องฉลุย 🙂 วันกลับเครื่องออกตอนค่ำ ก็เลยมีเวลาเที่ยวได้อีก โดยตั้งใจว่าจะขึ้น Keisei Access Express ไปถึงสนามบินซะไม่เกิน 6 โมงเย็น แล้วเดินชิลใน duty free แล้วไปขึ้นเครื่องแบบสบายอารมณ์ 🙂 . . . นี้คือ สิ่งที่คิดไว้ …… . . . แต่ความจริงที่โหดร้ายคือ  เราไปหมุนไข่กาชาปองกันเพลินไปนิสนุง ผิดแผนจากเดิมไปแค่ชั่วโมงเดียวเอ้งงงงงงง !!!! รีบกลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้กับที่พัก แล้วโดดขึ้นรถไฟ JR ลงสถานี JR Ueno เพื่อไปซื้อตั๋วรถไฟไปสนามบิน และผมก็เพิ่งรู้ว่า สถานี Keisei Ueno ...

The post เที่ยวญี่ปุ่น ด้วยเป้ cabin size appeared first on Way of Backpacker.

]]>
ไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ เมื่อต้องถ่ายของออกจากเป้เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วมันเกินมาเกือบ 3 กก. ในขณะที่เค้าเตอร์เช็คอินกำลังจะปิด !!!!

มาโตเกียวรอบนี้บินกับ Thai AirAsia X (TAAX) ด้วยเป้ขนาด cabin size ใบเดียว  ขาออกจากดอนเมืองไม่ได้ชั่งน้ำหนักก็สะพายขึ้นเครื่องฉลุย 🙂

วันกลับเครื่องออกตอนค่ำ ก็เลยมีเวลาเที่ยวได้อีก โดยตั้งใจว่าจะขึ้น Keisei Access Express ไปถึงสนามบินซะไม่เกิน 6 โมงเย็น แล้วเดินชิลใน duty free แล้วไปขึ้นเครื่องแบบสบายอารมณ์ 🙂
.
.
.
นี้คือ สิ่งที่คิดไว้ ……
.
.
.
แต่ความจริงที่โหดร้ายคือ  เราไปหมุนไข่กาชาปองกันเพลินไปนิสนุง ผิดแผนจากเดิมไปแค่ชั่วโมงเดียวเอ้งงงงงงง !!!!

รีบกลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้กับที่พัก แล้วโดดขึ้นรถไฟ JR ลงสถานี JR Ueno เพื่อไปซื้อตั๋วรถไฟไปสนามบิน และผมก็เพิ่งรู้ว่า สถานี Keisei Ueno Station มันไม่ได้อยู่ที่เดียวกับสถานี JR Ueno  แต่ก็อยู่ไม่ไกลนัก มองเวลารถไฟแล้ว Keisei Skyliner (ตัวท้อป) คือตัวเลือกเดียวเท่านั้นในนาทีนี้ !!!!

Keisei Skyliner จาก Ueno ไปสนามบิน Narita

รถไฟมาถึง Terminal 2 เวลา 19:03 น. (เครื่องออก 20:15 น.) วิ่งแบบจะทำสถิติโลกกันเลยทีเดียว จนมาถึงเคาเตอร์  Thai AirAsia X  พบว่าเป้ผมน้ำหนักเกินมาเกือบ 3 กก. !!!!!

ถ่ายของรอบแรก ลดไป 1 กก. จนท.สาวสวยยิ้มแล้วบอกนิ่ม ๆ ว่า 1 more kilo ~ รื้ออีกรอบคราวนี้น้ำหนักแตะที่ 7.3 กก. จนท.สาวบอก Ok but hurry up !!!!

ผ่านด่านสแกนกระเป๋าก็วิ่งยาวววววววว ไปจนเกือบตกขอบตึกเพราะ เกต 97 มันไกลเหลือเกิน ได้พักหอบไม่เท่าไหร่เขาก็เรียกขึ้นเครื่องละ สนุกจริง ๆ ทริปนี้

 

– ถ้าไม่ได้ Keisei Skyliner รับรองตกเครื่องล้าน % เพราะใช้เวลาน้อยสุด ประมาณ 40 นาที ในขณะที่ขบวน Access Express ใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ

สามารถทำ web check in ล่วงหน้าได้ 14 วันจนถึง 4 ชั่วโมงก่อนกำหนดการเดินทาง (แต่เราลืม )

ขนาดกระเป๋าผ่าน แต่น้ำหนักไม่ผ่านพิกัด 7 กิโลกรัม ต้องถ่ายของออกสถานเดียวนะครับ รอบนี้ไม่ได้ซื้อน้ำหนักไว้ด้วยครับ

T้hai AirAsia X อยู่ Terminal 2 ส่วนเกต 97 อยู่ท้าย ๆ โน่นเลย เดินไกลอยู่ครับเผื่อเวลาไว้ด้วย

The post เที่ยวญี่ปุ่น ด้วยเป้ cabin size appeared first on Way of Backpacker.

]]>