Pixwords oplossingen Pixwords game Pixwords 4 letters Pixwords 5 litere Pixwords 8 letters Pixwords 13 letters Pixwords 17 litere
เที่ยวต่างประเทศ – Way of Backpacker http://www.wayofbackpacker.com Backpacker ท่องเที่ยว เที่ยวเอง เที่ยวไทย เที่ยวเกาหลี เที่ยวญี่ปุ่น รีวิวอุปกรณ์ Thu, 20 Oct 2016 09:02:12 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.7.18 เที่ยว Okinawa World ด้วยรถบัส http://www.wayofbackpacker.com/2016/01/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-okinawa-world-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%aa/ Mon, 18 Jan 2016 08:52:22 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3935 เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส ตอนที่ 2 ความเดิมจากตอนที่แล้ว  เราได้รู้ว่าสามารถเติมเงินลงบัตร Okica ได้จากบนรถบัส ในกรณีที่เงินในบัตรไม่พอจ่ายค่ารถ คราวต่อไปก็ไม่ต้องกังวลละว่าจะมีเงินไม่พอ วันต่อมาเรายังออกเดินทางไปนอกเมืองเหมือนเดิมโดยรถบัส ปลายทาง Okinawa World  ถ้ำหินงอกหินย้อย และโรงงานผลิตแก้วสไตร์โอกินาว่า การเดินทางไปขึ้นบัส ก็ยังคงไปขอข้อมูลที่ Okinawa Sightseeing Bus ที่เดิมที่เดียวครับ อยู่ใกล้ ๆ สถานี Asahibashi อยากไปไหน เข้าไปถามพนักงานสาวได้เลยครับ ที่นี่เขาใจดี และที่นี่ยังเป็นจุดขึ้นรถสำหรับใครที่ซื้อแพ้คเกจ one day tour ด้วยนะ 🙂     ป้ายรถบัสแต่ละสาย ที่ไปนอกเมืองเนี่ย ไม่ได้จอดที่เดียวกันนะ อย่างบัสที่ผมไป American Village วันก่อน ก็เป็นคนละป้ายกับ Okinawa World ที่ผมจะไปวันนี้ ดีที่แผนที่ที่ขอมาเขาบอกทางละเอียดดี เลยมารอไม่ผิดป้าย เราอยู่ในโอกินาว่า จังหวัดนึงในญี่ปุ่น ดังนั้นการตรงต่อเวลาจึงยังคงเป็นไปตามมาตรฐานญี่ปุ่น  ...

The post เที่ยว Okinawa World ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส ตอนที่ 2

ความเดิมจากตอนที่แล้ว  เราได้รู้ว่าสามารถเติมเงินลงบัตร Okica ได้จากบนรถบัส ในกรณีที่เงินในบัตรไม่พอจ่ายค่ารถ คราวต่อไปก็ไม่ต้องกังวลละว่าจะมีเงินไม่พอ

วันต่อมาเรายังออกเดินทางไปนอกเมืองเหมือนเดิมโดยรถบัส ปลายทาง Okinawa World  ถ้ำหินงอกหินย้อย และโรงงานผลิตแก้วสไตร์โอกินาว่า

การเดินทางไปขึ้นบัส ก็ยังคงไปขอข้อมูลที่ Okinawa Sightseeing Bus ที่เดิมที่เดียวครับ อยู่ใกล้ ๆ สถานี Asahibashi อยากไปไหน เข้าไปถามพนักงานสาวได้เลยครับ ที่นี่เขาใจดี และที่นี่ยังเป็นจุดขึ้นรถสำหรับใครที่ซื้อแพ้คเกจ one day tour ด้วยนะ 🙂

 

12553031_R835636569880109_3087317473776434923_n

 

ป้ายรถบัสแต่ละสาย ที่ไปนอกเมืองเนี่ย ไม่ได้จอดที่เดียวกันนะ อย่างบัสที่ผมไป American Village วันก่อน ก็เป็นคนละป้ายกับ Okinawa World ที่ผมจะไปวันนี้ ดีที่แผนที่ที่ขอมาเขาบอกทางละเอียดดี เลยมารอไม่ผิดป้าย

เราอยู่ในโอกินาว่า จังหวัดนึงในญี่ปุ่น ดังนั้นการตรงต่อเวลาจึงยังคงเป็นไปตามมาตรฐานญี่ปุ่น  ไม่ใช่แค่โมโนเรลเท่านั้น รถบัสเนี่ยก็ตรงเวลาอย่างเหลือเชื่อ เวลาในป้ายรถเมล์บอกไว้กี่โมงกี่นาที ก็ตามนั้นเลย มาช้าไปแค่วินาทีนี่ตกรถแน่นอน

สายที่จะพาเราไป Okinawa World มีเพียงสายเดียวคือ 83  ค่าโดยสารในใบตารางเดินรถที่หยิบมาจากออฟฟิส บอกไว้ว่า 580 เยน แต่เราไม่รู้ว่า ต้องลงป้ายไหน ???

งานนี้เลยต้องบอกคุณลุงคนขับให้ชัดเจน ว่าจะไป Okinawa World นะลุง ถึงแล้วบอกด้วยนะ และเพื่อกันเหนียวไว้ เลยเปิด google map ให้ gps แสดงพิกัดอีกที

นั่งรถไปเรื่อย ๆ ก็เป็นคนละทางกับที่ไปนอกเมืองวันก่อน แต่คราวนี้ไกลกว่าเก่า ทั้งเลียบทะเล ทั้งผ่านทุ่งนา มันไกลจัง ก็มองจอราคาค่าโดยสารไปเรื่อย ๆ ถ้า 580 เยนนี้ต้องลง … คิดไปงั้นนะ

จน gps บอกว่ามาถึงละ ตรงนี้แหละ !!! เราก็ชะเง้อมอง ไหน ๆๆๆ ไม่มีอะไรเลย มันใช่หรอออออ แต่พิกัดมันก็จบลงตรงนี้จริง ๆ นะ พร้อมกับราคาบนจอ 580 เยน !!??

เอาไงล่ะ จะลงมั้ย ถ้าลงแล้วไม่ใช่นี้เป็นเรื่องนะ เพราะมีสายเดียวผ่าน นอกจากจะไม่ทันเข้าชมถ้ำละยังหลงทางอีก

รถไม่จอดครับ เพราะไม่มีคนขึ้นและเราก็ไม่ลง ก็ขับผ่านป้ายนั้นไปต่อละ ดูซิคุณลุงแกจะพาเราไปไหน ตอนนี้คนบนรถนับได้ 5 คนละ เขาจะไปไหนกัน ???

gps เดินหน้าไปเรื่อย ๆ พร้อมด้วยค่ารถที่ขยับเกินจุดที่บอกไว้ละจาก 580 เยนเป็น 630 เยน ตัดสินใจย่องไปนั่งข้าง ๆ แกแล้วถาม Okinawa World เลยมารึยังลุง ??

ลุงแกมองหน้าแล้วชี้โบ้ชี้เบ้ครับ ประมาณเอ็งนั่ง ๆ ไปก่อน เดี๋ยวรู้เองแหละ ผมเลยไม่ถามเซ้าซี้ละ นั่งมองทางต่อไปอยากรู้เหมือนกันว่าจะไปถึงไหน ค่ารถก็ขึ้นไปเรื่อย ๆ

นั่งไปพักใหญ่นะ ก็เห็นป้ายอยู่ลิบ ๆ ว่า Okinawa World จากนั้นบัสก็เลี้ยวเข้าไปแล้วจอดเป็นอันถึงละ ทุกคนทะยอยลง

โธ่ลุง Okinawa World อยู่สุดสายรถบัสก็ไม่บอก ปล่อยให้ลุ้นตั้งนาน

ค่าโดยสารล่ะ ???? ใครอ่านมาถึงบรรทัดนี้คงสงสัย ใช่มะครับ

จากที่ทะลุ 580 เยนไปเยอะละ ปรากฏพอมาถึงสุดสาย ตัวเลขตีกลับมาที่ 580 เยน !!!!

อัยยะ นี่มันราคาเหมาจ่ายใช่มั้ยยยยยย ต้นสาย – ปลายทาง

ก่อนจากก็ถามคุณลุงอีก ขากลับขึ้นรถตรงไหนลุง แกก็ชี้โบ้ชี้เบ้เหมือนเดิมประมาณตรงนี้แหละเอ็ง รถมีสายเดียว

รีบไปซื้อบัตรเที่ยวถ้ำอย่างไว เพราะใกล้จะถึงเวลาปิดละ ที่นี่ปิด 18:00 น.
.
.
.
.
ตัดกลับมาถึงขากลับกันละ ออกจากที่นี่เป็นคนสุดท้ายตามเคย ร้านค้าปิดกันหมดละ
เดินมาถึงลานจอด เจอละบัสขากลับ มีคันเดียวแต่ปิดไฟประตูไม่เปิด ไม่มีคนรอ เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวเขาขับรถกันมาเอง สักพักมีฝรั่งเดินตามมาด้วย ค่อยยังชั่วมีเพื่อนรอบัสละ เผลอแป้บเดียวฝรั่งหาย อ้าวเฮ้ยยยย หายไปไหน !!???

แล้วบัสก็ติดเครื่องเปิดไฟ เปิดประตู คุณลุงมาตอนไหน !!!!! ก็ขึ้นรถอย่างไว พอ ๆ กะฝรั่งที่หายไปก็วิ่งขึ้นมาเหมือนกัน

บัสค่อย ๆ เคลื่อนออกจากลานจอด แล้วไปหยุดอยู่ที่ป้ายแรกหน้าทางเข้า Okinawa World พักนึง จอดรอไรลุง ลุงเป็นไรป่าว สงสัยครับ

มองตารางเวลาในมือ รอบรถ 18:35 น. แต่เวลาตอนนี้คือ 18:32 น. รออีก 3 นาทีดูซิ 🙂

18:35 น.เป้ะ คุณลุงติดเครื่องแล้วล้อหมุนทันทีเลยครับ โอ้วววววว เป้ะสุด ๆๆๆๆ เรื่องเวลาเนี่ยล้อกันเล่นไม่ได้เลยจริง ๆ

จาก Okinawa World มาถึง Naha ด้วยความปลอดภัย รอบนี้ไม่ทำรถติดละครับ 😀
.
.
.
.
ปอลิง : ด้วยความที่มาถึงซะบ่ายแก่ ๆ เลยตีตั๋วแค่เที่ยวถ้ำ กับเดินชม หมู่บ้านวัฒนธรรมเท่านั้น (Gyukusendo Cave & Kingdom Village) แต่โชว์การแสดงท้องถิ่นหมดรอบไปละ อดเข้าชม สวนงู (Habu Center) และไม่ได้ชิม ฮาบุ (Habushu (ハブ酒) หรือเหล้าดองงู  ที่นี่เขามีให้ชิมและซื้อกลับไปด้วยนะ 🙂 ตามร้านขายของที่ระทึกย่านโคคุไซ ไม่มีให้ชิมครับ

RDSCN3186

RDSCN3149

RDSCN3157

 

ถ้าใครมีเวลาและอยากมีของที่ระลึกติดมือกลับไป แนะนำว่าให้ลองไปทำแก้วโอกินาว่า เขามีโรงงานทำแก้วที่นี่และให้นักท่องเที่ยวได้ทำแก้วด้วยตัวเองทุกขั้นตอนด้วยครับ

The post เที่ยว Okinawa World ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส http://www.wayofbackpacker.com/2016/01/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-okinawa-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%aa/ Sun, 17 Jan 2016 08:38:58 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3930   เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส โอกินาว่ารอบนี้ผมไปแบบไม่เช่ารถขับนะ ก็ต้องขึ้นบัส ขึ้นโมโนเรลเดินทางไปโน่นไปนี่ สนุกดี สถานที่นอกเมืองที่ต้องนั่งบัสไปไกลจากนาฮะ ก็โน่น American Village กับ Okinawa World นั่นเลย นั่งกันเกือบ ๆ ชั่วโมงเลยนะแต่ละที่เนี่ย แต่รถไม่ติดครับ โดยใช้บัตร Okica Ic card ตลอด ก็ใช้ ๆ จนไม่แน่ใจว่าเงินในบัตรหมดรึยัง ค่ารถก็ขยับขึ้นตามจำนวนป้าย โดยดูจากเลขดิจิตอลข้างคนขับ ง่ายดีครับ สำหรับคนที่ใช้บัตร Okica ก็แต้ปตอนขึ้นรถก่อน ส่วนคนที่จ่ายเงินสดก็รับตั๋วที่บอกเลขป้ายไปถือไว้ตอนขึ้นรถ คราวนี้วันนั้น ขากลับจาก American Village มาค่ำเลย ก็คิดอยู่ละว่าเงินในบัตรไม่พอแน่ ๆ อาจต้องจ่ายเงินสดไปนะ นั่งไปเรื่อย ๆ พอรถมาถึงนาฮะ ผมนี่ลงก่อนเลย แต้ปบัตรปุ้บ เงินไม่พอตามคาด ลุงคนขับก็ใจเย็นนะบอกเติมเงินลงในบัตร ได้ เฮ้ยยยย เพิ่งรู้ว่าทำได้ด้วย !!!! ...

The post เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
12469352_835173046593128_5706937783582984731_o

 

เรื่องเล่าจากความไม่รู้ : เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส

โอกินาว่ารอบนี้ผมไปแบบไม่เช่ารถขับนะ ก็ต้องขึ้นบัส ขึ้นโมโนเรลเดินทางไปโน่นไปนี่ สนุกดี

สถานที่นอกเมืองที่ต้องนั่งบัสไปไกลจากนาฮะ ก็โน่น American Village กับ Okinawa World นั่นเลย

นั่งกันเกือบ ๆ ชั่วโมงเลยนะแต่ละที่เนี่ย แต่รถไม่ติดครับ

โดยใช้บัตร Okica Ic card ตลอด ก็ใช้ ๆ จนไม่แน่ใจว่าเงินในบัตรหมดรึยัง

ค่ารถก็ขยับขึ้นตามจำนวนป้าย โดยดูจากเลขดิจิตอลข้างคนขับ ง่ายดีครับ สำหรับคนที่ใช้บัตร Okica ก็แต้ปตอนขึ้นรถก่อน ส่วนคนที่จ่ายเงินสดก็รับตั๋วที่บอกเลขป้ายไปถือไว้ตอนขึ้นรถ

คราวนี้วันนั้น ขากลับจาก American Village มาค่ำเลย ก็คิดอยู่ละว่าเงินในบัตรไม่พอแน่ ๆ อาจต้องจ่ายเงินสดไปนะ

นั่งไปเรื่อย ๆ พอรถมาถึงนาฮะ ผมนี่ลงก่อนเลย แต้ปบัตรปุ้บ เงินไม่พอตามคาด ลุงคนขับก็ใจเย็นนะบอกเติมเงินลงในบัตร ได้

เฮ้ยยยย เพิ่งรู้ว่าทำได้ด้วย !!!! นึกว่าเติมเงินได้ที่ตู้หน้าสถานีเท่านั้น

เติมเงินใน Okica บนรถบัสได้ มีเครื่องสแกนพร้อม ความรู้ใหม่เลยนะ เจ๋งดี

ผมก็เติมเงินไปนะ เครื่องก็ตัดเงินค่ารถไปเรียบร้อย

แต่มันเสียเวลาไง เพราะผมลงคนแรก โดยมีคนอื่น ๆ ในรถลงด้วย คล้าย ๆ หมดระยะน่ะ

ผมรอดละ พอลงจากรถบัสพบว่า

รถบัสอีก 5-6 คัน เข้าป้ายไม่ได้ จอดต่อแถวยาวววววววว ต้องรอจนว่าบัสที่ผมมาจะเคลื่อนออกไป

ผมนี้ร้องเฮ้ยยยย เราทำรถติดรึเนี่ยยยยยยย

แต่ไม่มีเสียบ่น หรือ ทำหน้าหงุดหงิดจากคนขับคันอื่น ๆ เลยนะ ทุกคันไม่บีบแตรไล่ เขาคงรู้ว่ามีคนต่อแถวจ่ายเงินอยู่บนรถคันหน้า

ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เลยพูดขำขำว่า เราเป็นคนทำรถติดในโอกินาว่า

คุณลุงแกใจเย็นมากครับ ขอชื่นชม 🙂

.
.
.
ปอลิง : การจ่ายค่าโดยสารรถบัสมี 2 วิธี คือ

  1. เงินสด โดยดูเทียบราคากับตั๋วกระดาษที่ดึงมาตอนขึ้นรถ อันนี้ปกติ
  2. โดยใช้ Okica Ic card คือแต้ปตอนขึ้นรถ เครื่องจะจำ พอตอนลงก็แต้ปจ่าย เงินในบัตรก็โดนหักไป อันนี้ปกติ

อ้าวแล้วถ้าเงินใบบัตร Okica ไม่พอล่ะ ทำไง ?

  • เติมเงินในบัตรได้เลยโดยบนบัสจะมีเครื่องเติมเงิน มีพัน มีหมื่นก็เติมได้ แต่เติมแค่ที่จำเป็นก็พอ
  • เติมเงินแค่ส่วนต่างที่ขาดไปจากในบัตร ให้เท่าราคาค่าโดยสารก็ทำได้ครับ มีเหรียญ มีแบงค์ย่อย ๆ ก็ใช้ ๆ ซะ บางคนมีแบงค์ใหญ่ใบหมื่นจะเติมก็คงไม่ดีนะ ใช้อะไรนักหนา เขาไม่มีทอนนะ

The post เที่ยว Okinawa ด้วยรถบัส appeared first on Way of Backpacker.

]]>
ปีนัง : องค์ประกอบภาพ http://www.wayofbackpacker.com/2015/10/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87-penang/ Sat, 24 Oct 2015 06:49:41 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3750 ปีนัง อาจจะเป็นผู้เล่าเรื่องที่อวดดีเกินไปนิดหน่อย ที่จะบอกว่า เราไปปีนังในสมัยที่คนส่วนใหญ่ยังรู้จักคุ้นชื่อเมืองนี้ว่าเป็นตลาดขายที่นอนแถวคลองเตย   จริงๆแล้วถึงจะอวดดี แต่เราเองก็รู้จักปีนังผ่านทางภาพถ่ายของเจ้าของร้านหนังสือคนหนึ่ง ภาพที่จัดวางองค์ประกอบไว้อย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจไม่ทราบได้ มีแก้วกาแฟสีขาวกรุ่นด้วยอเมริกาโน่วางบนโต๊ะทรงกลมซึ่งจัดวางอยู่ในภาพเพียงเสี้ยวโค้งของขอบโต๊ะ องค์ประกอบถัดไปเป็นแถวเรียงรายของจักรยานแม่บ้านที่หลุดโฟกัสอาจตั้งใจเพื่อให้เป็นพื้นหลังเบลอๆ ทั้งหมดมองเห็นเพียงแว่บเดียว สมองก็สั่งให้อ่านคำบรรยาย “กาแฟเช้าที่ Love Lane”   Love Lane คือที่ไหน ตั้งคำถามทดไว้ในใจแล้วถือวิสาสะกดอ่าน comment ใต้ภาพ “คิดถึง Love Lane” “อยากไปอีก อากาศดีไหมคะ” “โหยชิวจังพี่ น่าอิจฉา”   สุดท้ายเราผู้ที่ไม่ได้สนิทอะไรกับเจ้าของร้านหนังสือ แม้จะรื้ออ่าน comment จนครบ ก็ยังหาทางไป Love Lane ไม่ได้สักที   นึกขึ้นได้ กดดูตรง Check-in ซึ่งจะแสดงแผนที่ออกมา แม้จะไม่ได้เก่งแผนที่ขนาดนั้นแต่ก็ดูรู้ได้ว่า นี่แหละประเทศมาเลเซีย นี่แหละ ปีนัง   ไม่ช้าหรอกสำหรับหัวใจของความอยากรู้ ไม่มีการรอคอยสำหรับข้อมูลที่รอเราอยู่ในจอสี่เหลี่ยม   จากรูปถ่ายที่เห็นเพียงใบเดียว กลายเป็นตั๋วรถทัวร์ เป็นการจองสัญญาใจกับคิวรถตู้ เป็นใบจองโรงแรม เป็นการวางแผนเที่ยว เป็นการวางแผนการเงิน หากจะเรียกด้วยนิยามที่สวยหรู คงยกให้ภาพถ่ายที่เห็นวันนั้นว่า “แรงบันดาลใจ” แต่จะได้ประโยชน์อะไรถ้าเราไม่มีแรงกล้าขับดันให้เกิดการตัดสินใจ   บางทีผลกระทบเล็กๆเหล่านี้ เราต่างคาดไม่ถึง จากรูปถ่ายกลายเป็นการเดินทาง จากองค์ประกอบภาพของใครสักคนกลายเป็นประสบการณ์ล้ำค่าของใครอีกคน   ทุกวันนี้ปีนังกลายเป็นที่รู้จักดีเสียแล้ว นักเล่าเรื่องที่เชื่องช้าอย่างเรา คงตามใครที่รีบกลับมาเล่าได้ไม่ทัน แต่หากได้หวังว่าเผื่อใครผ่านมาเห็นแล้วมีความคิดอยากเดินทางเหมือนอย่างที่เคยเป็นได้ คงดีไม่น้อย     ไม่น้อย ไม่มาก ว่าแต่คุณจะรับ “กาแฟเช้าที่ Love Lane” สักแก้วไหมล่ะ                              

The post ปีนัง : องค์ประกอบภาพ appeared first on Way of Backpacker.

]]>
ปีนัง

อาจจะเป็นผู้เล่าเรื่องที่อวดดีเกินไปนิดหน่อย ที่จะบอกว่า เราไปปีนังในสมัยที่คนส่วนใหญ่ยังรู้จักคุ้นชื่อเมืองนี้ว่าเป็นตลาดขายที่นอนแถวคลองเตย

 

จริงๆแล้วถึงจะอวดดี แต่เราเองก็รู้จักปีนังผ่านทางภาพถ่ายของเจ้าของร้านหนังสือคนหนึ่ง ภาพที่จัดวางองค์ประกอบไว้อย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจไม่ทราบได้ มีแก้วกาแฟสีขาวกรุ่นด้วยอเมริกาโน่วางบนโต๊ะทรงกลมซึ่งจัดวางอยู่ในภาพเพียงเสี้ยวโค้งของขอบโต๊ะ องค์ประกอบถัดไปเป็นแถวเรียงรายของจักรยานแม่บ้านที่หลุดโฟกัสอาจตั้งใจเพื่อให้เป็นพื้นหลังเบลอๆ ทั้งหมดมองเห็นเพียงแว่บเดียว สมองก็สั่งให้อ่านคำบรรยาย “กาแฟเช้าที่ Love Lane”

 

Love Lane คือที่ไหน ตั้งคำถามทดไว้ในใจแล้วถือวิสาสะกดอ่าน comment ใต้ภาพ
“คิดถึง Love Lane”
“อยากไปอีก อากาศดีไหมคะ”
“โหยชิวจังพี่ น่าอิจฉา”

 

สุดท้ายเราผู้ที่ไม่ได้สนิทอะไรกับเจ้าของร้านหนังสือ แม้จะรื้ออ่าน comment จนครบ ก็ยังหาทางไป Love Lane ไม่ได้สักที

 

นึกขึ้นได้ กดดูตรง Check-in ซึ่งจะแสดงแผนที่ออกมา แม้จะไม่ได้เก่งแผนที่ขนาดนั้นแต่ก็ดูรู้ได้ว่า นี่แหละประเทศมาเลเซีย นี่แหละ ปีนัง

 

ไม่ช้าหรอกสำหรับหัวใจของความอยากรู้ ไม่มีการรอคอยสำหรับข้อมูลที่รอเราอยู่ในจอสี่เหลี่ยม

 

จากรูปถ่ายที่เห็นเพียงใบเดียว กลายเป็นตั๋วรถทัวร์ เป็นการจองสัญญาใจกับคิวรถตู้ เป็นใบจองโรงแรม เป็นการวางแผนเที่ยว เป็นการวางแผนการเงิน
หากจะเรียกด้วยนิยามที่สวยหรู คงยกให้ภาพถ่ายที่เห็นวันนั้นว่า “แรงบันดาลใจ”
แต่จะได้ประโยชน์อะไรถ้าเราไม่มีแรงกล้าขับดันให้เกิดการตัดสินใจ

 

บางทีผลกระทบเล็กๆเหล่านี้ เราต่างคาดไม่ถึง จากรูปถ่ายกลายเป็นการเดินทาง
จากองค์ประกอบภาพของใครสักคนกลายเป็นประสบการณ์ล้ำค่าของใครอีกคน

 

ทุกวันนี้ปีนังกลายเป็นที่รู้จักดีเสียแล้ว นักเล่าเรื่องที่เชื่องช้าอย่างเรา คงตามใครที่รีบกลับมาเล่าได้ไม่ทัน
แต่หากได้หวังว่าเผื่อใครผ่านมาเห็นแล้วมีความคิดอยากเดินทางเหมือนอย่างที่เคยเป็นได้ คงดีไม่น้อย

 

 

ไม่น้อย ไม่มาก

ว่าแต่คุณจะรับ “กาแฟเช้าที่ Love Lane” สักแก้วไหมล่ะ

 

563704_4550201266642_1566663971_n

 

 

577844_4550380231116_1797303293_n

 

 

18730_4550382671177_1176511579_n

 

 

222378_4550382791180_1852156448_n

 

 

27910_4602185726221_812906093_n

 

 

74009_4602184486190_1075389583_n

 

 

602891_4602187166257_1672064138_n

 

 

430847_4550316589525_9217764_n

The post ปีนัง : องค์ประกอบภาพ appeared first on Way of Backpacker.

]]>
ว่าด้วยเรื่อง เสื้อกันหนาว http://www.wayofbackpacker.com/2015/10/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab/ Fri, 09 Oct 2015 07:27:09 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3689 ใกล้ฤดูเดินทางหน้าหนาวอีกละ สำรวจแจ้กเก็ตตัวเก่งในตู้เสื้อผ้ารึยังครับ ปกติพวกเสื้อแจ้กเก็ตกันหนาว ทั้งแบบ hard shell, soft shell, down jacket  พวกนี้จะมีอายุการใช้งาน และถึงแม้จะใช้ไม่เยอะ แต่เก็บเยอะก็มีผลต่อคุณภาพนะครับ พวกสารเคลือบผิวผ้าที่มีคุณสมบัติกันน้ำ อาจหมดอายุหลุดลอกเป็นแผ่นเป็นขุยได้ พวกนี้จะมีอายุใช้งานประมาณ 2-3 ปี บางยี่ห้อสามารถลง wax เคลือบผิวตามตะเข็บได้ด้วย บางคนเอาไปซักแล้วลงน้ำยาปรับผ้านุ่ม นั่นยิ่งทำลายสารเคลือบผิวอย่างดีเลย ผมเจอมาแล้วกับแจ้กเก็ตตัวเอง เสื้อเสียไปเลย ห้ามเลยนะครับ ห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มกับเสื้อแจ้กเก็ตเด็ดขาด ให้ดีควรซักด้วยน้ำเปล่าก็พอ เพราะเสื้อพวกนี้เราใส่ชั้นนอกอยู่แล้ว ยิ่งใส่เที่ยวหน้าหนาวก็ไม่มีเหงื่อด้วย เวลาตากก็ผึ่งลมก็พอ ไม่ต้องไปตากกลางแดดเดี๋ยวสารเคลือบผิวจะเสื่อมได้อีก ถ้าเป็นเสื้อแหนม หรือเสื้อขนเป็ด down jacket ที่ม้วนเก็บในถุง หากไม่ใส่เป็นเวลานาน ไม่ควรม้วนเก็บในถุงแบบโฆษณานะครับ จะทำให้ขนเป็ดที่บุข้างในมันเสียรูปทรง ควรแขวนกับไม้แขวนเหมือนเสื้อทั่วไปจะดีกว่า ดูอย่างในร้านเขาก็ไม่ม้วนกันนะ อากาศบ้านเราใช้แจ้กเก็ตกันหนาวแบบนี้ไม่คุ้มเลย เรียกว่าแทบไม่ได้ใช้ แต่ไปเที่ยวหน้าหนาวที่ประเทศอื่นอย่าง เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรปจะไม่ซื้อก็ไม่ได้ซะด้วยสิ ราคาก็ไม่ใช่ถูก ๆ จึงต้องเก็บให้มันคงอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้เมื่อต้องการครับ

The post ว่าด้วยเรื่อง เสื้อกันหนาว appeared first on Way of Backpacker.

]]>
ใกล้ฤดูเดินทางหน้าหนาวอีกละ สำรวจแจ้กเก็ตตัวเก่งในตู้เสื้อผ้ารึยังครับ

ปกติพวกเสื้อแจ้กเก็ตกันหนาว ทั้งแบบ hard shell, soft shell, down jacket  พวกนี้จะมีอายุการใช้งาน และถึงแม้จะใช้ไม่เยอะ แต่เก็บเยอะก็มีผลต่อคุณภาพนะครับ พวกสารเคลือบผิวผ้าที่มีคุณสมบัติกันน้ำ อาจหมดอายุหลุดลอกเป็นแผ่นเป็นขุยได้ พวกนี้จะมีอายุใช้งานประมาณ 2-3 ปี บางยี่ห้อสามารถลง wax เคลือบผิวตามตะเข็บได้ด้วย

บางคนเอาไปซักแล้วลงน้ำยาปรับผ้านุ่ม นั่นยิ่งทำลายสารเคลือบผิวอย่างดีเลย ผมเจอมาแล้วกับแจ้กเก็ตตัวเอง เสื้อเสียไปเลย

ห้ามเลยนะครับ ห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มกับเสื้อแจ้กเก็ตเด็ดขาด

ให้ดีควรซักด้วยน้ำเปล่าก็พอ เพราะเสื้อพวกนี้เราใส่ชั้นนอกอยู่แล้ว ยิ่งใส่เที่ยวหน้าหนาวก็ไม่มีเหงื่อด้วย เวลาตากก็ผึ่งลมก็พอ ไม่ต้องไปตากกลางแดดเดี๋ยวสารเคลือบผิวจะเสื่อมได้อีก

ถ้าเป็นเสื้อแหนม หรือเสื้อขนเป็ด down jacket ที่ม้วนเก็บในถุง หากไม่ใส่เป็นเวลานาน ไม่ควรม้วนเก็บในถุงแบบโฆษณานะครับ จะทำให้ขนเป็ดที่บุข้างในมันเสียรูปทรง ควรแขวนกับไม้แขวนเหมือนเสื้อทั่วไปจะดีกว่า ดูอย่างในร้านเขาก็ไม่ม้วนกันนะ

อากาศบ้านเราใช้แจ้กเก็ตกันหนาวแบบนี้ไม่คุ้มเลย เรียกว่าแทบไม่ได้ใช้ แต่ไปเที่ยวหน้าหนาวที่ประเทศอื่นอย่าง เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรปจะไม่ซื้อก็ไม่ได้ซะด้วยสิ ราคาก็ไม่ใช่ถูก ๆ จึงต้องเก็บให้มันคงอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้เมื่อต้องการครับ

The post ว่าด้วยเรื่อง เสื้อกันหนาว appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เรื่องดีดี ระหว่างเดินทาง http://www.wayofbackpacker.com/2015/08/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97/ Sat, 29 Aug 2015 07:17:11 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3669 ทุกครั้งที่แบคแพคไปเกาหลี จะต้องแวะไปเที่ยวเกาะนามิทุกที ไม่มีเบื่อเพราะไปง่าย ไม่ไกล และอากาศดี แต่ก็เหมือนทุกครั้งคือ ผมไม่เคยจำซะทีว่าต้องขึ้นรถไฟโบกี้ไหน พอไปรอที่ชานชาลาก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้ถามเลย ถามคนที่รอขึ้นขบวนเดียวกัน ก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง เดี๋ยวรถไฟมาก็รู้เอง ITX  คือรถไฟที่ใช้เดินทางไปเกาะนามิ บางโบกี้มีชั้นเดียว บางโบกี้ก็มีสองชั้น ผมก็ขึ้น ๆ ไปก่อน ไม่รู้หรอกว่าถูกโบกี้มั้ย ครั้นจะหาที่นั่งตามตั๋วก็ไม่ง่ายเลย สุดท้ายก็เลยตามเลย ที่นั่งว่างตรงไหนก็ขอหย่อนตัวตรงนั้นละกัน ถ้าเจ้าของที่มาก็ค่อยลุกละกัน เผอิญมีที่ว่างตรงคุณน้า (ดูแล้วไม่น่าแก่กว่าแม่ผม) ก็เลยขอนั่งด้วยคน ทีมคุณน้ามากัน 5 คนแต่งตัวก็รู้ว่าจะไปปิคนิคแน่นอน ผมชอบ สว.เกาหลีนะ แม้อายุเยอะแต่ยังแข็งแรง ไม่แก่แล้วแก่เลย เห็นจับกลุ่มนัดแนะไปเที่ยววันหยุดกันเป็นก๊วน ไม่ต่างกับวัยรุ่นเลย เรียกว่า reunion ละกัน ระหว่างนั้นคุณน้าก็เปิดห่อขนม ข้าวกล่อง รินกาแฟ แล้วก็เม้ามอยกัน ผมฟังไม่รู้เรื่องหรอก ยิ้มอย่างเดียว แล้วแกก็สะกิดชวนผมกินขนมกะแกด้วย เท่านั้นแหละทั้งเค้กทั้งกาแฟส่งกันมาให้ชิม บอกฝีมือแกทำเองนะอร่อยมั้ย แกพูดเกาหลีนะ แล้วก็เฮฮากันไป เอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลานกันเลย ประทับใจครับ แกบอกนัดกับเพื่อน ๆ ไว้อีกจังหวัดนึง จะไปปิคนิคกันบนเขา ฟังดูน่าสนุก ...

The post เรื่องดีดี ระหว่างเดินทาง appeared first on Way of Backpacker.

]]>
ทุกครั้งที่แบคแพคไปเกาหลี จะต้องแวะไปเที่ยวเกาะนามิทุกที ไม่มีเบื่อเพราะไปง่าย ไม่ไกล และอากาศดี แต่ก็เหมือนทุกครั้งคือ ผมไม่เคยจำซะทีว่าต้องขึ้นรถไฟโบกี้ไหน พอไปรอที่ชานชาลาก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้ถามเลย ถามคนที่รอขึ้นขบวนเดียวกัน ก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง เดี๋ยวรถไฟมาก็รู้เอง

ITX  คือรถไฟที่ใช้เดินทางไปเกาะนามิ บางโบกี้มีชั้นเดียว บางโบกี้ก็มีสองชั้น ผมก็ขึ้น ๆ ไปก่อน ไม่รู้หรอกว่าถูกโบกี้มั้ย ครั้นจะหาที่นั่งตามตั๋วก็ไม่ง่ายเลย สุดท้ายก็เลยตามเลย ที่นั่งว่างตรงไหนก็ขอหย่อนตัวตรงนั้นละกัน ถ้าเจ้าของที่มาก็ค่อยลุกละกัน

เผอิญมีที่ว่างตรงคุณน้า (ดูแล้วไม่น่าแก่กว่าแม่ผม) ก็เลยขอนั่งด้วยคน ทีมคุณน้ามากัน 5 คนแต่งตัวก็รู้ว่าจะไปปิคนิคแน่นอน ผมชอบ สว.เกาหลีนะ แม้อายุเยอะแต่ยังแข็งแรง ไม่แก่แล้วแก่เลย เห็นจับกลุ่มนัดแนะไปเที่ยววันหยุดกันเป็นก๊วน ไม่ต่างกับวัยรุ่นเลย เรียกว่า reunion ละกัน

IMG_3933

อุ่นเครื่องก่อนไปถึงปิคนิคจริงที่ปลายทาง

ระหว่างนั้นคุณน้าก็เปิดห่อขนม ข้าวกล่อง รินกาแฟ แล้วก็เม้ามอยกัน ผมฟังไม่รู้เรื่องหรอก ยิ้มอย่างเดียว แล้วแกก็สะกิดชวนผมกินขนมกะแกด้วย เท่านั้นแหละทั้งเค้กทั้งกาแฟส่งกันมาให้ชิม บอกฝีมือแกทำเองนะอร่อยมั้ย แกพูดเกาหลีนะ

แล้วก็เฮฮากันไป เอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลานกันเลย ประทับใจครับ แกบอกนัดกับเพื่อน ๆ ไว้อีกจังหวัดนึง จะไปปิคนิคกันบนเขา ฟังดูน่าสนุก

IMG_3936

ดูแลเราเหมือนลูกเหมือนหลาน ประทับใจครับ

RIMG_3938

ก่อนจาก ก็ขอถ่ายรูปคุณน้าเป็นที่ระลึกไว้

จนถึงสถานี  Gapyeong Station ปลายทางที่ผมต้องลงก็บอกลาก๊วนน้า ๆ เลยขออนุญาตเก็บภาพไว้ ดูแกเขิน ๆ มีหนุ่มขอถ่ายรูป 

เป็นเรื่องดีดีอีกเรื่องที่พบเจอกับตัวเองระหว่างที่เดินทางในต่างประเทศครับ แม้จะคนละภาษา แต่ก็ได้รับน้ำใจและความรู้สึกดีดีกลับมามากเลย

The post เรื่องดีดี ระหว่างเดินทาง appeared first on Way of Backpacker.

]]>
เที่ยวเมืองบาธ อังกฤษ BATH ENGLAND http://www.wayofbackpacker.com/2015/08/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%98-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/ Sat, 22 Aug 2015 13:35:10 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3614 บาธ (BATH) เป็นเมืองที่เราเดินทางต่อ หลังจากที่แวะเที่ยวเมืองซาลส์บิวรี่ (Salisbury) เพื่อไปดู Stonehenge ในวันเดียวกัน ผมได้จองที่พักที่เมืองบาธไว้เรียบร้อยแล้ว โดยขึ้นรถไฟจากสถานี Salisbury ปลายทางที่สถานีบาธสปา (Bath Spa)  ซึ่งหากจะนั่งรถไฟตรงจากลอนดอนมาที่เมืองบาธรวดเดียว ก็สามารถทำได้โดยไปขึ้นรถไฟที่สถานี แพดดิงตัน (Paddington) ปลายทางสถานี บาธสปา (Bath Spa)  ตอนแรกกะว่าจะหลับไปซะตื่นนึงบนรถ แต่แล้วก็ไม่ได้หลับเพราะวิวข้างทางสวยมาก หลับไม่ลงเลยครับ ใช้เวลาไม่นานรถไฟก็เทียบชานชาลาสถานีบาธสปา (Bath Spa) เรามาถึงเมืองบาธเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สถานีรถไฟในเมืองต่าง ๆ ของอังกฤษไม่ได้อยู่ไกลจากย่านชุมชนเลยครับ แค่เดินออกจากสถานีก็พร้อมเที่ยวได้เลย ที่บาธก็เหมือนกัน ตอนที่มาถึงแม้จะบ่ายแก่ ๆ แล้วก็ตามแต่เพราะยังเป็นฤดูซัมเมอร์ของที่นี่ ดวงอาทิตย์เลยต่อเวลาให้เราได้เดินเที่ยวสำรวจเมืองได้อีกพักใหญ่ ๆ แม้ร้านค้าจะเริ่มทยอยปิดแล้วก็ตาม ด้วยความที่บาธ เป็นเมืองเล็ก แต่มีศักดิ์ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจาก UNESCO และ ENGLISH HERITAGE เพราะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่งในโลก โดยเฉพาะเรื่องสถาปัตยกรรมของชาวโรมัน และที่นี่เองมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดสปาแห่งแรกในโลก คือ Roman Bath นอกจาก Roman ...

The post เที่ยวเมืองบาธ อังกฤษ BATH ENGLAND appeared first on Way of Backpacker.

]]>
บาธ (BATH) เป็นเมืองที่เราเดินทางต่อ หลังจากที่แวะเที่ยวเมืองซาลส์บิวรี่ (Salisbury) เพื่อไปดู Stonehenge ในวันเดียวกัน ผมได้จองที่พักที่เมืองบาธไว้เรียบร้อยแล้ว โดยขึ้นรถไฟจากสถานี Salisbury ปลายทางที่สถานีบาธสปา (Bath Spa) 

ซึ่งหากจะนั่งรถไฟตรงจากลอนดอนมาที่เมืองบาธรวดเดียว ก็สามารถทำได้โดยไปขึ้นรถไฟที่สถานี แพดดิงตัน (Paddington) ปลายทางสถานี บาธสปา (Bath Spa) 

RWP_001859 (2)

มารอรถไฟที่สถานี Salisbury เพื่อจะไป Bath แล้วครับ

RWP_001862

บนรถไฟมีบริการขายขนม และ starbucks ด้วยล่ะ

ตอนแรกกะว่าจะหลับไปซะตื่นนึงบนรถ แต่แล้วก็ไม่ได้หลับเพราะวิวข้างทางสวยมาก หลับไม่ลงเลยครับ ใช้เวลาไม่นานรถไฟก็เทียบชานชาลาสถานีบาธสปา (Bath Spa) เรามาถึงเมืองบาธเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

RDSC_4557

บรรยากาศสถานีบาธสปา (Bath Spa)

สถานีรถไฟในเมืองต่าง ๆ ของอังกฤษไม่ได้อยู่ไกลจากย่านชุมชนเลยครับ แค่เดินออกจากสถานีก็พร้อมเที่ยวได้เลย ที่บาธก็เหมือนกัน ตอนที่มาถึงแม้จะบ่ายแก่ ๆ แล้วก็ตามแต่เพราะยังเป็นฤดูซัมเมอร์ของที่นี่ ดวงอาทิตย์เลยต่อเวลาให้เราได้เดินเที่ยวสำรวจเมืองได้อีกพักใหญ่ ๆ แม้ร้านค้าจะเริ่มทยอยปิดแล้วก็ตาม

RWP_001890

หน้าสถานีรถไฟ Bath Spa มีแท้กซี่บริการด้วยครับ แต่ดูจากยี่ห้อแล้ว ราคาน่าจะแรง

ด้วยความที่บาธ เป็นเมืองเล็ก แต่มีศักดิ์ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจาก UNESCO และ ENGLISH HERITAGE เพราะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่งในโลก โดยเฉพาะเรื่องสถาปัตยกรรมของชาวโรมัน และที่นี่เองมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดสปาแห่งแรกในโลก คือ Roman Bath

RDSC_4298

ฝายกั้นน้ำรูปเกือกม้า แม่น้ำเอวอน (Avon River)

RDSC_4299

สวยงามจริง ๆ ครับ ฝายกั้นน้ำที่นี่

RDSC_4457

สะพานพัลต์นีย์ (Pulteney Bridge) หนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในโลก

นอกจาก Roman Bath จะเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปชมแล้ว ที่บาธยังมี สะพานพัลต์นีย์ (Pulteney Bridge) ที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง และยังเป็นสะพานเก่าแก่ไม่กี่แห่งในโลก ที่มีสิ่งปลูกสร้างเป็นร้านค้ายาวตลอดบนตัวสะพาน จะเรียกว่าเป็นสะพาน หรือห้องแถวดีเนี่ย

RWP_001891 (2)

Anabelle’s เป็นบ้านอังกฤษที่ดัดแปลงเป็นที่พัก เราจองที่นี่ไว้

หลังจากเช็คอินที่  Anabelle’s  เรียบร้อย ก็ได้เวลาออกเดินสำรวจเมืองกันแล้ว เมืองนี้เหมาะที่จะเดินเล่นมากครับ เพราะอากาศดีมาก เป็นเมืองที่โอบล้อมด้วยหุบเขา เท่าที่สังเกตุเหมือนที่นี่ไม่มีรถเมล์ คนที่นี่ใช้รถส่วนตัว กับจักรยาน และการเดินกันเป็นส่วนใหญ่ ว่าแล้วก็เดินไปด้วยกันเลยครับ

RDSC_4294

ออกจากสถานีรถไฟ Bath Spa เดินมาก็เจอมุมนี้ครับ

RDSC_4311

เขาจอดรถกันริมถนนหน้าตึกกันแบบนี้ตลอดแนว

RDSC_4315

อาคารสองฝั่งยังกะฝาแฝดเลยครับ

RDSC_4313

ที่ลอนดอนมี Barclays Bike ที่บาธมี Bike in Bath

RDSC_4352

บ้านเมืองที่นี่เขาสวยมากเลย

RDSC_4407

ถึงจะเป็นเมืองเก่าและไกล แต่ไม่ล้าสมัยนะครับ ลอนดอนมีย่านช้อปปิ้ง ที่บาธก็มีเหมือนกัน

RDSC_4382

เดินมาเรื่อย ๆ ไม่รู้อยู่ตรงไหนละ เพลินกับบ้านเมืองนี้จริง ๆ

RDSC_4387

อาคารที่สร้างยาวเป็นครึ่งวงกลมนี้ คือ อาคาร The Royal Crescent

RDSC_4372

อาคารที่สร้างต่อกันเป็นวงกลม คล้ายวงเวียนเรียก The Circus

RDSC_4374

The Circus คือตึกแถว 3 ตึกที่สร้างเรียงต่อกันเป็นวงกลม

RDSC_4349

ไม่ต้องกลัวว่าจะหลง เพราะจะมีแผนที่แบบนี้ตามแยกต่าง ๆ ให้เรารู้ว่าตอนนี้อยู่ไหน ถ้าดูแผนที่เป็นยิ่งสบายเลยครับ

RDSC_4402

เดินมาเรื่อย ๆ ก็มาเจอสวนสาธารณะ Royal Victoria Park

RDSC_4399

เดินเล่นในสวนสาธารณะ Royal Victoria Park ที่นี่กว้างมากครับ

RDSC_4397

ขนาดเป็นสวนสาธารณธยังมีรถมาจอดกันยาวววววววววว

RDSC_4331

เดินต่อไปเรื่อย ๆ มาอยู่ตรงไหนแล้วก็ไม่รู้ ฟ้าใกล้มืดแล้ว ที่จริงตอนนี้คือเวลา 20:00 ของที่นั่น

หลังจากที่ได้ใช้เวลาตั้งแต่มาถึงเมืองบาธ ไปหลายชั่วโมงในการเดินสำรวจเมืองช่วงเย็นถึงค่ำ พบว่าเป็นเมืองที่เงียบสงบมาก อาจเพราะเป็นเวลาปิดทำการของห้างร้านไปแล้ว แต่ด้วยท้องฟ้ายังไม่มืด ก็เลยยังเดินได้เรื่อย ๆ รู้สึกปลอดภัย แต่กว่าจะหาทางกลับมาที่พักได้ก็ต้องดูแผนที่เมืองกันหลายรอบเลย

คืนนี้นอนพักเอาแรกก่อน พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ จะออกเที่ยวเมืองตั้งแต่เช้าเลย

RDSC_4539

สัญลักษณ์ของ World Heritage เป็นเครื่องรับรองว่าเป็นมรดกโลกครับ

RDSC_4529

วันหยุดนี้ ในเมืองคึกคักมาก คนมาจากไหนกัน ผิดกับเมื่อวานเลย

RDSC_4521

มีซุ้มขายผลไม้ตามทางด้วย

RDSC_4554

ซุ้มขายดอกไม้ตรงนี้สวยมาก ทำเลดี อยู่ใกล้ ๆ แผนที่เมืองและร้านแบรนด์ดัง

RDSC_4536

Ben’s Cookies ก็มีสาขาที่บาธด้วย ถ้าใครมาต้องแวะครับ อร่อยดี

RDSC_4545

ฝรั่งนี้ชอบแดดจริง ๆ ม้านั่งไม่ว่างเลย

RDSC_4482

บรรยากาศย่านช้อปปิ้งกลางเมือง

RDSC_4484

สถานที่สำคัญอย่าง Roman Bath ต้องซื้อบัตรเข้าชม มีเจ้าหน้าอยู่หน้าทางเข้า

RDSC_4493

ดนตรีเปิดหมวก แต่ละคนนี่มืออาชีพทั้งนั้น ยิ่งทำให้เมืองมีสีสันมากขึ้น

RDSC_4515

เจอรถขนเบียร์สิงห์ด้วย Imported from THAILAND

RDSC_4553

ตามตรอกซอกซอย ถังแดง ๆ นี้เป็นถังขยะของร้านอาหารครับ

RDSC_4473

หลบมานั่งพักจิบกาแฟในคาเฟ่ Time Out มีโอบาม่า กับ ควีนอลิสเบตที่ 2 ต้อนรับ ร้านนี้เค้กอร่อยมากครับ แนะนำ ๆ

RDSC_4443

เดินต่อไปที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ สะพาน Pulteney Bridge

RDSC_4446

สะพาน Pulteney Bridge ส่วนโบสถ์ที่อยู่ไกล ๆ คือ St.Michael Church

RDSC_4480

มีรถบัส Bath Hop on Hop off บริการด้วย ในภาพคือวิหาร Bath Abbey Tower

RDSC_4556

หลังจากเช็คเอาท์จากที่พัก ก็ได้เวลาเดินทางกลับลอนดอนแล้วครับ

RDSC_4573

อีกภาพก่อนจากลาครับ ไว้มีโอกาสจะกลับมาเที่ยวใหม่

RWP_001928

นั่งรถไฟยิงยาวจาก Bath ไป London เลยครับ ค่าโดยสารแพงไม่ใช่เล่นเหมือนกัน

RDSC_4589

ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสองชั่วโมง ก็มาถึงสถานีแพดดิงตัน Paddington แล้วครับ

สำหรับใครที่มาเที่ยวประเทศอังกฤษ ขอแนะนำให้มาเที่ยวที่เมืองบาธ (BATH) แล้วจะหลงรักเมืองเล็กในหุบเขาแห่งนี้ ถ้าให้ดีควรพักค้างคืนอย่างน้อย ๆ ก็ 1 คืน จะได้ไม่ต้องรีบไปรีบกลับ เพราะจะไม่คุ้มค่ารถไฟ เที่ยวชิล ๆ เดินชมเมืองไปเรื่อย ๆ อากาศดีดีแบบนี้รับรองว่า มาอังกฤษคราวหน้าต้องอยากกลับมาอีกแน่ ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

The post เที่ยวเมืองบาธ อังกฤษ BATH ENGLAND appeared first on Way of Backpacker.

]]>
แบกเป้เที่ยวบาหลี http://www.wayofbackpacker.com/2015/08/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/ Thu, 20 Aug 2015 09:50:41 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3568 ‘บาหลี (Bali)’ ชื่อนี้ได้ฟังแล้ว ภาพจากหนังโรแมนติคเรื่อง ‘Eat Pray Love’ ที่จูเลีย โรเบิร์ต แสดงนำเมื่อหลายปีก่อนก็ลอยขึ้นมาทันที ภาพเมืองบาหลี ถ่ายทอดลงในหนังเรื่องนี้ชวนให้อยากไปสัมผัสสักครั้ง เหตุผลง่าย ๆ เพียงแค่นี้เท่านั้นเองครับ คือที่มาของทริป แบกเป้เที่ยวบาหลี บาหลี เป็นเกาะหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย การเดินทางก็แสนง่ายดาย เพราะไม่ต้องขอวีซ่า มีเพียงพาสปอร์ตไทยก็เดินตัวปลิวได้แล้ว และการเดินทางจากบ้านเรา ผมใช้บริการสายการบิน Airasia บินตรงจากดอนเมือง ไปลงสนามบิน เดนบาซาร์ (Denpasar International Airport) หรือเรียกอีกชื่อคือ สนามบินงูระห์ไร (Ngurah Rai International Airport) ผมว่าเรียกสนามบิน เดนบาซาร์จะคุ้นหูกว่า  เที่ยวบินจากดอนเมืองไปบาหลีนั้นบินกันตั้งแต่เช้าตรู่ครับ เรียกว่าเคาเตอร์แอร์เอเซียเปิดปุ้บก็ไปเข้าคิวเช็คอินกันเลย ผมไม่ได้ทำเวปเช็คอินมาล่วงหน้า เพราะกะว่าจะขอให้คุณเจ้าหน้าที่เป็นคนเลือกที่นั่งให้ดีกว่า ไปบาหลีครั้งนี้ ผมไปด้วยเป้ขนาด cabin size เลยไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำหนักเพื่อโหลดกระเป๋าไป แอร์เอเซีย ใช้เครื่องบิน AIRBUS รุ่น A320-200 รุ่นยอดนิยม ไม่เล็กไม่ใหญ่ ระยะห่างระหว่างเบาะอาจจะน้อยไปนิดสำหรับคนขายาวอย่างผม ...

The post แบกเป้เที่ยวบาหลี appeared first on Way of Backpacker.

]]>
‘บาหลี (Bali)’ ชื่อนี้ได้ฟังแล้ว ภาพจากหนังโรแมนติคเรื่อง ‘Eat Pray Love’ ที่จูเลีย โรเบิร์ต แสดงนำเมื่อหลายปีก่อนก็ลอยขึ้นมาทันที ภาพเมืองบาหลี ถ่ายทอดลงในหนังเรื่องนี้ชวนให้อยากไปสัมผัสสักครั้ง เหตุผลง่าย ๆ เพียงแค่นี้เท่านั้นเองครับ คือที่มาของทริป แบกเป้เที่ยวบาหลี

บาหลี เป็นเกาะหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย การเดินทางก็แสนง่ายดาย เพราะไม่ต้องขอวีซ่า มีเพียงพาสปอร์ตไทยก็เดินตัวปลิวได้แล้ว และการเดินทางจากบ้านเรา ผมใช้บริการสายการบิน Airasia บินตรงจากดอนเมือง ไปลงสนามบิน เดนบาซาร์ (Denpasar International Airport) หรือเรียกอีกชื่อคือ สนามบินงูระห์ไร (Ngurah Rai International Airport) ผมว่าเรียกสนามบิน เดนบาซาร์จะคุ้นหูกว่า 

RIMG_7957

e-booking พริ้นมาจากบ้าน

เที่ยวบินจากดอนเมืองไปบาหลีนั้นบินกันตั้งแต่เช้าตรู่ครับ เรียกว่าเคาเตอร์แอร์เอเซียเปิดปุ้บก็ไปเข้าคิวเช็คอินกันเลย ผมไม่ได้ทำเวปเช็คอินมาล่วงหน้า เพราะกะว่าจะขอให้คุณเจ้าหน้าที่เป็นคนเลือกที่นั่งให้ดีกว่า ไปบาหลีครั้งนี้ ผมไปด้วยเป้ขนาด cabin size เลยไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำหนักเพื่อโหลดกระเป๋าไป

RIMG_7956

ขนาดเป็นไฟล์เช้า คนก็เยอะครับ

RIMG_7964

ได้ boarding pass มาแล้วครับ ที่นั่ง 25A ติดหน้าต่างด้วยล่ะ เครื่องออก 6 โมงเช้า

RIMG_7963

เครื่องจอดรอที่เกต 24 ครับ ทางเดินเช้านี้โล่งจริง ๆ

RIMG_7965

ตอนนี้อยู่บนเครื่อง A320-200 แล้วครับ ไม่แคบอย่างที่คิด

แอร์เอเซีย ใช้เครื่องบิน AIRBUS รุ่น A320-200 รุ่นยอดนิยม ไม่เล็กไม่ใหญ่ ระยะห่างระหว่างเบาะอาจจะน้อยไปนิดสำหรับคนขายาวอย่างผม คือเกือบชนเบาะหน้า แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัด ระยะเวลาบินจากดอนเมือง ถึงบาหลี ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้น และอย่าลืมปรับเวลานาฬิกาด้วย เพราะบาหลีเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมงครับ นั่ง ๆ หลับ ๆ ก็ถึงสนามบินเดนบาซาร์เป็นที่ปลอดภัย

RIMG_7970

แสงแรกของเช้านี้ครับ

IMG_7986

มาถึงสนามบินเดนบาซาร์ บาหลีแล้วครับ

RIMG_7987

มี wifi free ให้ใช้ตามมาตรฐานสนามบิน

RIMG_7985

ที่นี่ใช้ชื่อ สนามบิน งูระห์ไร (Ngurah Rai International Airport)

RIMG_7991

ด้านหน้าสนามบินครับ ผิดกับที่ผมคิดไว้มาก ใหญ่โตและสวยมาก

ตรวจคนเข้าเมืองที่นี่ ไม่ถามอะไรสักคำ พลิกพาสปอร์ตไปมาแล้วก็ประทับตรา เป็นอันจบพิธีเข้าเมืองบาหลีอย่างถูกต้อง และด้วยความที่ไม่ได้โหลดกระเป๋า ทำให้ไม่ต้องไปเสียเวลารอที่สายพาน ก็เดินเล่นดูสนามบินไปเรื่อย ๆ สำหรับใครที่ไม่ได้แลกเงินมา ก็แลกเพียงเล็กน้อยที่เคาเตอร์แลกเงินในสนามบินก่อนละกันครับ แล้วพอเข้าเมืองก็ค่อยไปหาแลกตามร้านรับแลกเงินจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า

หน่วยเงินที่ใช้ในประเทศอินโดนิเซียคือ รูเปีย  – Indonesian Rupiah (IDR) 

RIMG_8065

หน้าตาเงินรูเปีย Indonesian Rupiah (IDR) ดูจากตัวเลขศูนย์แล้วเหมือนจะรวย

ส่วนเรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตมือถือ ระหว่างที่เที่ยวอยู่ที่บาหลี  ผมไปซื้อ ซิมการ์ดที่ร้านขายโทรศัพท์ระหว่างทางที่เข้าเมืองครับ ซื้อขายกันก็ไม่ยาก เพราะมี package internet ให้เลือกเหมือน ๆ กับบ้านเรา ว่าจะใช้เท่าไหร่ ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยครับ ผมใช้ซิมยี่ห้อ SimPATI  ซื้อแล้วก็ให้คนขายทำการ activate sim ที่ร้านเลย แป้บเดียวเท่านั้น แค่นี้ก็ไม่พลาดการสื่อสารกับโลกโซเชียลละ 

RIMG_8036

simPATI ที่ใช้เล่นอินเตอร์เน็ตในบาหลีครับ

แลกเงินแล้ว มีอินเตอร์เน็ตมือถือใช้แล้ว ที่เหลือก็คือเดินทางจากสนามบินไปที่พัก และออกเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ บนเกาะบาหลีได้เลยครับ

คราวหน้าจะมารีวิวเรื่องที่พักของทริปบาหลีให้อ่านกันครับ

 

The post แบกเป้เที่ยวบาหลี appeared first on Way of Backpacker.

]]>
JETSTAR ASIA ขากลับบินฟรี !!!!!!!!!!!! http://www.wayofbackpacker.com/2015/08/jetstar-asia-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5/ Thu, 13 Aug 2015 00:36:41 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3532 Jetstar Asia มีโปรแรง ๆ ออกมาอีกแล้วครับ ใช้ชื่อโปรว่า ‘ จ่ายเที่ยวบินไป เที่ยวบินกลับฟรี  Pay for Go, Return for FREE ‘ เส้นทางบินสำหรับโปรนี้มีมากเหมือนเคยครับ และเส้นทางยอดฮิต กรุงเทพ – ฟุกุโอกะ ก็มีออกมาหลายช่วงเวลาตั้งแต่ปลายปี 2015 ถึงกลางปี 2016  รู้งี้แล้วอย่าช้าครับ เดี๋ยวตลาดวายซะก่อน ไปดูกันเลย  !!!!!!!!!   ทุกเส้นทางในโปร ขากลับบินฟรี จองได้ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2015 นี้เท่านั้นนะครับ ตัดสินใจให้ไว  !!!!!!!! ทางไปจอง –  Jetstar Return for FREE รีวิวสายการบิน  – Jetstar บินไปฟุกุโอกะ

The post JETSTAR ASIA ขากลับบินฟรี !!!!!!!!!!!! appeared first on Way of Backpacker.

]]>
Jetstar Asia มีโปรแรง ๆ ออกมาอีกแล้วครับ ใช้ชื่อโปรว่า ‘ จ่ายเที่ยวบินไป เที่ยวบินกลับฟรี  Pay for Go, Return for FREE ‘

เส้นทางบินสำหรับโปรนี้มีมากเหมือนเคยครับ และเส้นทางยอดฮิต กรุงเทพ – ฟุกุโอกะ ก็มีออกมาหลายช่วงเวลาตั้งแต่ปลายปี 2015 ถึงกลางปี 2016  รู้งี้แล้วอย่าช้าครับ เดี๋ยวตลาดวายซะก่อน ไปดูกันเลย  !!!!!!!!!

jets4

เงื่อนไขของโปรนี้ ไม่ซับซ้อนครับ หาตั๋ว 0 บาทวันกลับก็พอ

jets5

ตัวอย่างเส้นทางของโปรนี้ เน้น ๆ ไปที่ฟุกุโอกะ มีเยอะดีครับ

jets2

เส้นทางยอดฮิต กรุงเทพ – ฟุกุโอกะ ขาไป

jets3

ขากลับมีตั๋วโปร 0 บาทเพียบเลย

jets1

สิริรวมแล้วเบ็ดเสร็จ ถูกมากกกกกกกกกก !!!!!!!!

 

ทุกเส้นทางในโปร ขากลับบินฟรี จองได้ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2015 นี้เท่านั้นนะครับ ตัดสินใจให้ไว  !!!!!!!!

ทางไปจอง –  Jetstar Return for FREE

รีวิวสายการบิน  – Jetstar บินไปฟุกุโอกะ

The post JETSTAR ASIA ขากลับบินฟรี !!!!!!!!!!!! appeared first on Way of Backpacker.

]]>
พาสปอร์ตไทย ไปไหนได้บ้าง Update ล่าสุด http://www.wayofbackpacker.com/2015/08/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2/ Tue, 11 Aug 2015 03:53:08 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3525 กรมการกงสุลประกาศรายชื่อ 28 ประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย (พาสปอร์ต) เข้าไปไม่ต้องใช้วีซ่า แต่ละประเทศอนุญาตให้อยู่ได้จำนวนวันแตกต่างกัน เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2558 กรมการกงสุล ได้ประกาศรายชื่อ 28 ประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย (พาสปอร์ตไทย) สามารถเดินทางไปประเทศนั้น ๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้วการจะเดินทางไปประเทศไหน หาก 2 ประเทศไม่ได้ทำข้อตกลงในการยกเว้นร่วมกัน ประชาชนของประเทศทั้ง 2 จะต้องยื่นขอ “วีซ่า” ก่อนที่จะเข้าประเทศได้ สำหรับ 28 ประเทศมีผลตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป ดังนี้ อาร์เยนตินา ( 90 วัน ) บาห์เรน* (14 วัน ) บราซิล ( 90 วัน ) บรูไน* (14 วัน ) กัมพูชา (14 ...

The post พาสปอร์ตไทย ไปไหนได้บ้าง Update ล่าสุด appeared first on Way of Backpacker.

]]>
กรมการกงสุลประกาศรายชื่อ 28 ประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย (พาสปอร์ต) เข้าไปไม่ต้องใช้วีซ่า แต่ละประเทศอนุญาตให้อยู่ได้จำนวนวันแตกต่างกัน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2558 กรมการกงสุล ได้ประกาศรายชื่อ 28 ประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย (พาสปอร์ตไทย) สามารถเดินทางไปประเทศนั้น ๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้วการจะเดินทางไปประเทศไหน หาก 2 ประเทศไม่ได้ทำข้อตกลงในการยกเว้นร่วมกัน ประชาชนของประเทศทั้ง 2 จะต้องยื่นขอ “วีซ่า” ก่อนที่จะเข้าประเทศได้
สำหรับ 28 ประเทศมีผลตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป ดังนี้

  1. อาร์เยนตินา ( 90 วัน )
  2. บาห์เรน* (14 วัน )
  3. บราซิล ( 90 วัน )
  4. บรูไน* (14 วัน )
  5. กัมพูชา (14 วัน )
  6. ชิลี (90วัน )
  7. เอกวาดอร์* (90วัน )
  8. จอร์เจีย* (90วัน )
  9. ฮ่องกง (30วัน )
  10. อินโดนีเซีย* (30วัน )
  11. ญี่ปุ่น* (15วัน )
  12. สาธารณรัฐเกาหลี (90วัน )
  13. ลาว (30วัน )
  14. มาเก๊า (30วัน )
  15. มองโกเลีย (30วัน )
  16. มาเลเซีย* (30วัน )
  17. มัลดีฟส์* (30วัน )
  18. เมียนมาร์ (14วัน ) เริ่มวันที่ 11 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป
  19. ปานามา* (180วัน )
  20. เปรู (90วัน )
  21. ฟิลิปปินส์* (30วัน )
  22. รัสเซีย (30วัน )
  23. เซเซลส์* (30วัน )
  24. สิงคโปร์* (30วัน )
  25. แอฟริกาใต้* (30วัน )
  26. ตุรกี* (30วัน )
  27. วานูอาตู* (90วัน )
  28. เวียดนาม (30วัน )

ประเทศที่สามารถขอวีซ่าเมื่อเดินทางไปถึงปลายทาง (Visa on arrival)

  1. อาร์เมเนีย
  2. บาห์เรน
  3. โลลิเวีย
  4. กาบูเวร์ดี
  5. คอโรโมส
  6. จิบูดี
  7. เอธิโอเปีย
  8. กินี-บิสเซา
  9. อิหร่าน
  10. จอร์แดน
  11. เคนย่า
  12. คีร์กิจสถาน
  13. มาดากัสการ์
  14. มอริเดเนีย
  15. ซามัว
  16. มอริเชียส
  17. โมซัมบิก
  18. เนปาล
  19. นิคารากัว
  20. โอมาน
  21. ปาเลา
  22. ปาปัวนิวกินี
  23. เซเนกัล
  24. หมู่เกาะซีเชลส์
  25. โซมาเลีย
  26. ทากิจิสถาน
  27. แทนซาเนีย
  28. ดิมอร์เลสต์
  29. โตโก
  30. ตองกา
  31. อูกันตา
  32. ตูวาลู
  33. แซมเปีย

ที่สำคัญอย่าลืมดูวันหมดอายุของพาสปอร์ตเราด้วยนะครับ โดยส่วนใหญ่ (แต่ไม่ใช่ทุกประเทศ) พาสปอร์ตต้องมีอายุมากกว่า 6 เดือน และต้องมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้าครับ 

 

ข้อมูลจาก : กรมการกงสุล

The post พาสปอร์ตไทย ไปไหนได้บ้าง Update ล่าสุด appeared first on Way of Backpacker.

]]>
V Air บิน 2 คนประหยัดกว่า http://www.wayofbackpacker.com/2015/07/v-air-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99-2-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2/ Wed, 22 Jul 2015 06:23:41 +0000 http://www.wayofbackpacker.com/?p=3510 V Air เป็นสายการบินต้นทุนต่ำของไต้หวัน ที่มีเส้นทางบินจากสนามบินดอนเมือง , เชียงใหม่ โดยมีปลายทางที่เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน ตอนนี้เขามีโปรโมชั่นดีดีมาแนะนำครับ คือ บิน 2 คนประหยัดกว่า แถมเวลาบินก็สวยมากด้วย เริ่มจองกันเลยครับ ชักช้าเดี๋ยวตลาดจะวายซะก่อน ที่สำคัญราคานี้บินเป็นคู้่นะครับ โปรโมชั่น V Air สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นคู่ เส้นทางไปกลับ  กรุงเทพฯ – ไทเป / ไทเป – กรุงเทพฯ บินภายในเดือน สิงหาคม 2558  ราคาเริ่มต้นที่ 2,168 บาท/คน บินภายในเดือน กันยายน – ตุลาคม  2558 ราคาเริ่มต้นที่ 1,888 บาท/คน ช่วงเวลาในการเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 24 ตุลาคม 2558 ช่วงเวลาในการจอง ตั้งแต่วันนี้ – 26 ...

The post V Air บิน 2 คนประหยัดกว่า appeared first on Way of Backpacker.

]]>
V Air เป็นสายการบินต้นทุนต่ำของไต้หวัน ที่มีเส้นทางบินจากสนามบินดอนเมือง , เชียงใหม่ โดยมีปลายทางที่เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน ตอนนี้เขามีโปรโมชั่นดีดีมาแนะนำครับ คือ บิน 2 คนประหยัดกว่า แถมเวลาบินก็สวยมากด้วย

v6

เริ่มจองกันเลยครับ ชักช้าเดี๋ยวตลาดจะวายซะก่อน ที่สำคัญราคานี้บินเป็นคู้่นะครับ

ขาไปบินจากดอนเมือง ราคาโปรคือ 944 บาท เวลาสวยด้วย บินดึกถึงเช้า เที่ยวได้เต็มวัน

วันเดินทางกลับ ก็มีโปร 944 บาทเหมือนกัน เวลาสวยอีกละ บินดึกถึงกรุงเทพเที่ยงคืน ได้เที่ยวเต็มวันอีกละ

ด่านต่อมาเป็นธรรมเนียมของ lowcost ครับคือซื้อ add-on ถ้าไม่ต้องการก็ none ไปได้เลย

ด่านต่อไปคือเลือกที่นั่งครับ มีหลายระดับความสบาย ถ้าไม่ต้องการเลือกก็ผ่านไปเลยครับ

หลังจากผ่านด่าน add-on มาหมดละ ราคารวม 2 คนตอนนี้แค่ 6284 บาทเท่านั้น หรือเท่ากับคนละ 3142 บาท ถูกมากกกกกกกก

โปรโมชั่น V Air สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นคู่
เส้นทางไปกลับ  กรุงเทพฯ – ไทเป / ไทเป – กรุงเทพฯ
บินภายในเดือน สิงหาคม 2558  ราคาเริ่มต้นที่ 2,168 บาท/คน
บินภายในเดือน กันยายน – ตุลาคม  2558 ราคาเริ่มต้นที่ 1,888 บาท/คน

ช่วงเวลาในการเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 24 ตุลาคม 2558
ช่วงเวลาในการจอง ตั้งแต่วันนี้ – 26 กรกฎาคม 2558

The post V Air บิน 2 คนประหยัดกว่า appeared first on Way of Backpacker.

]]>